ผู้กำกับ: Baz Luhrmann
นักแสดง
 Tom Hanks
 Kodi Smit-McPhee
 Austin Butler

 

“Elvis” ผลงานของผู้กำกับ บาซ เลอห์มานน์ ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้ และยังได้รับเกียรติจากผู้ที่ได้รับชมภาพยนตร์ยืนปรบมือให้นานถึง 12 นาทีอีกด้วย และยังได้รับการนับเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 4 ของเลอห์มานน์ที่ได้เข้าร่วมในงานเทศกาลเมืองคานส์อันทรงเกียรติ ตามหลังภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง “The Great Gatsby” ในปี 2013 ภาพยนตร์มิวสิคัลเรื่อง “Moulin Rouge!” ในปี 2001 และภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของเลอห์มานน์เรื่อง “Strictly Ballroom” ในปี 1992

 

ก่อนได้รับเลือกให้มารับบทนำใน “Elvis” ออสติน บัตเลอร์ ใช้เวลา 5 เดือนในการศึกษาตัวละครเพื่อให้ตนเองเป็นผู้ท้าชิงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบทนี้ โดยได้ทำเวิร์กช็อปร่วมกับผู้กำกับ บาซ เลอห์มานน์ อย่างต่อเนื่อง

ออสติน บัตเลอร์ ผู้รับบทนำใน “Elvis” ติดต่อมายังผู้กำกับ บาซ เลอห์มานน์ เพื่อขอทดสอบบทด้วยการส่งวิดีโอของตัวเขาเองขณะเล่นเปียโนและร้องเพลงดัง “Unchained Melody” ซึ่งเพรสลีย์ได้คัฟเวอร์ไว้ในปี 1977 และเป็นเพลงที่อยู่ในซาวด์แทร็กของ “Elvis” ด้วย

 

ออสติน บัตเลอร์ ผู้รับบทนำใน “Elvis” ทำงานร่วมกับผู้ฝึกสอนด้านการเคลื่อนไหว พอลลี เบนเนตต์ ในการถ่ายทอดลักษณะท่าทางของคนดังรายนี้ เบนเนตต์เคยทำงานในหนังฮิตอย่าง “Bohemian Rhapsody” และ “No Time to Die” รวมถึงซีรีส์ยอดนิยมทาง Netflix อย่าง “The Crown”

 

ใน “Elvis” นักแสดงผู้ชนะรางวัลออสการ์ ทอม แฮงค์ส รับบทเป็นผู้พัน ทอม ปาร์คเกอร์ ผู้จัดการเพียงหนึ่งเดียวของนักร้องดังรายนี้ เขาเป็นคนผลักดันให้เอลวิสได้ร่วมทัวร์กับกลุ่มนักดนตรีซึ่งหนึ่งในนั้นคือนักดนตรีคันทรี แฮงค์ สโนว์ ที่น่าสนใจคือ “That Thing You Do” ผลงานการกำกับเรื่องแรกของแฮงค์สก็ถ่ายทอดเรื่องราวของโปรโมเตอร์ค่ายเพลงที่คอยดูแลให้วงดนตรีไปเล่นตามงานเทศกาลต่างๆ เช่นกัน

 

ใน “Elvis” นักแสดงชาวออสเตรเลีย โอลิเวีย เดอยองจ์ รับบทเป็นพริสซิลลา ภรรยาของเอลวิส ปัจจุบันเดอยองจ์รับบทบาทเป็นตัวละครที่สร้างจากบุคคลจริงในผลงานอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็คือการรับบทเป็นเคทลิน แอตวอเตอร์ใน “The Staircase” ซีรีส์อาชญากรรมจากเรื่องจริงทาง HBO Max โดยแสดงร่วมกับเพื่อนนักแสดงชาวออสเตรเลีย โทนี คอลเล็ตต์

 

ใน “Elvis” ออสติน บัตเลอร์ สวมเครื่องแต่งกายกว่า 90 ชุดเพื่อถ่ายทอดบุคลิกของคนดังรายนี้ตลอดช่วงยุคทศวรรษ 1950, 60 และ 70

 

ใน “Elvis” นักออกแบบเครื่องแต่งกาย แคเธอรีน มาร์ติน ทำงานร่วมกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ Prada และ Miu Miu อย่างใกล้ชิดเพื่อให้โอลิเวีย เดอยองจ์ ได้ถ่ายทอดรูปลักษณ์ของคนดังที่มีสไตล์อันโดดเด่นอย่าง พริสซิลลา เพรสลีย์

 

เพื่อแปลงโฉมทอม แฮงค์สให้เป็นผู้พันทอม ปาร์คเกอร์ ทีมงานฝ่ายแต่งหน้าทำผมและเอฟเฟ็กต์พิเศษต้องใช้เวลาวันละสามถึงห้าชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าจะต้องแต่งให้ตัวละครตัวนี้มีอายุมากแค่ไหนในการถ่ายทำวันนั้นๆ

 

“Elvis” มีฉากส่วนใหญ่อยู่ในเมืองทูเพอโล รัฐมิสซิสซิปปี, เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี, เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา, เมืองฮอลลีวู้ด รัฐแคลิฟอร์เนีย และพื้นที่ต่างๆ ในสหรัฐซึ่งเอลวิสเคยไปเปิดการแสดงตลอดอาชีพของเขา อย่างไรก็ดี การถ่ายทำทั้งหมดเกิดขึ้นที่เมืองโกลด์โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย ภายในโรงถ่ายอันกว้างใหญ่ของ Village Roadshow และสถานที่ต่างๆ โดยรอบ

เหตุการณ์บางส่วนใน “Elvis” เกิดขึ้นที่ถนนบีล (Beale Street) อันเลื่องชื่อในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ทีมงานฝ่ายงานสร้างใช้เวลา 12 สัปดาห์ในการสร้างฉากนี้ โดยสร้างขึ้นบนแนวทางลาดให้เหมือนกับสถานที่จริงในเวลานั้นเพื่อความสมจริง

เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวใน “Elvis” ทีมงานได้สร้างคฤหาสน์เกรซแลนด์ขึ้นตามช่วงเวลาที่ได้รับการกล่าวถึงในหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายทศวรรษ 1950 รวมถึงยุค 60 และ 70

นักออกแบบงานสร้าง แคเธอรีน มาร์ติน และแคเรน เมอร์ฟี รวมถึงทีมงานได้ถอดรายละเอียดจากพิมพ์เขียวที่ทางคฤหาสน์เกรซแลนด์จัดหาให้เพื่อสร้างองค์ประกอบส่วนต่างๆ ของคฤหาสน์หลังนี้ขึ้นมาใหม่ในภาพยนตร์เรื่อง “Elvis”

 

ทีมผู้สร้าง “Elvis” มองว่าเกรซแลนด์เป็นสัญลักษณ์และเครื่องหมายแสดงความสำเร็จของเอลวิส จึงได้สร้างฉากภายในคฤหาสน์เพื่อสะท้อนความหมายดังกล่าวขึ้นที่โรงถ่ายอันกว้างใหญ่ของ Village Roadshow ในโกลด์โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย ส่วนฉากภายนอกของเกรซแลนด์นั้นสร้างขึ้นในที่ดินแถบชนบทของโกลด์โคสต์ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศคล้ายคลึงอย่างมากกับสถานที่จริงในเมมฟิส รวมถึงมีสนามหญ้าที่เป็นแนวลาดขึ้นไปยังตัวคฤหาสน์ด้วย

 

ทีมผู้สร้าง “Elvis” สร้างฉากภายในเกรซแลนด์ให้ดูเหมือนตอนที่เอลวิสซื้อคฤหาสน์หลังนี้ จากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนองค์ประกอบต่างๆ เพื่อสะท้อนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้านโดยครอบครัวของเอลวิส ตัวอย่างเช่น พื้นไม้กระดานในฉากที่เอลวิสกับพ่อแม่ย้ายเข้ามาในบ้านจะถูกเปลี่ยนเป็นพรมขนยาวสีแดงในฉากหลังจากที่เอลวิสได้สั่งซื้อพรมนี้มาปู

 

ผู้กำกับ บาซ เลอห์มานน์ มองว่า “Elvis” ควรมีฉากที่แสดงภาพคฤหาสน์เกรซแลนด์แบบที่ผู้คนส่วนใหญ่จดจำได้ในทุกวันนี้อยู่ด้วย ดังนั้นทีมออกแบบจึงเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่างๆ ไปเรื่อยๆ ในฉากระหว่างยุค 1960 และ 70 ซึ่งเป็นช่วงที่การตกแต่งภายในของคฤหาสน์หลังนี้ได้รับการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง

 

มีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างชัดเจนว่าเอลวิสสะสมรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์เอาไว้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นใน “Elvis” ฝ่ายยานพาหนะจึงจัดหารถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์มามากกว่า 300 คัน

 

ใน “Elvis” นักร้องเพลงโซล ชองก้า ดูเคเรห์ รับบทเป็นศิลปินเพลงบลูส์ผู้มีชื่อเสียง บิ๊ก มาม่า ธอร์นตัน และขับร้องบทเพลงดั้งเดิม “Hound Dog” ในเวอร์ชันของเธอ นอกจากนี้ผู้กำกับ บาซ เลอห์มานน์ ยังได้เลือกแรปเปอร์รุ่นใหม่ โดจา แคท มาช่วยตีความเพลง “Hound Dog” ด้วยการนำท่อนคอรัสที่คุ้นหูมาผสมผสานลงไปในบทเพลง “Vegas” ที่แต่งขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นซาวด์แทร็กของหนังเรื่องนี้

เอลวิส เพรสลีย์ บันทึกเสียงเพลงแรกของเขาที่มีชื่อว่า “My Happiness” ที่ Sun Records เมื่อเขามีอายุเพียง 18 ปี เช่นเดียวกัน ศิลปินผู้ชนะรางวัลแกรมมี โดจา แคท เจ้าของเพลง “Vegas” ที่ปรากฏอยู่ในหนัง ก็ได้เริ่มต้นอาชีพทางดนตรีเมื่อยังเป็นวัยรุ่นด้วยการอัปโหลดเพลงขึ้น Soundcloud เป็นครั้งแรกในปี 2013 เมื่อเธอมีอายุเพียง 16 ปี

นักร้องและนักแต่งเพลง โยลา (ชื่อเดิม โยแลนดา แคลร์ ควอร์ทีย์) ปรากฏตัวใน “Elvis” โดยรับบทเป็นตำนานเพลงกอสเปลและเพลงบลูส์ ซิสเตอร์ โรเซตตา ธาร์ป โดยธาร์ปนั้นได้รับการขนานนามในภายหลังว่าเป็นแม่ทูนหัวของดนตรีร็อคแอนด์โรลล์และมีอิทธิพลต่อศิลปินมากมาย เพลงดังของเธออย่าง “Strange Things Happening Every Day” ได้รับการบันทึกเสียงในปี 1944 ร่วมกับแซมมี ไพรซ์ และหลายคนยกให้เพลงนี้เป็นเพลงร็อคแอนด์โรลล์เพลงแรกของโลก

 

ใน “Elvis” นักดนตรีที่ผสมผสานดนตรีหลายแนวและเป็นผู้ชนะรางวัลแกรมมี แกรี คลาร์ก จูเนียร์ รับบทเป็น อาร์เธอร์ “บิ๊กบอย” ครูดัพ นักร้อง/มือกีตาร์แนวเดลตาบลูส์ ร่วมกับเคลวิน แฮร์ริสัน จูเนียร์ นักแสดง/นักดนตรีผู้ชนะรางวัลในบท บี. บี. คิง นักร้อง/นักแต่งเพลง/นักดนตรี/โปรดิวเซอร์เพลงบลูส์ระดับแนวหน้า คลาร์ก จูเนียร์ เคยแสดงในเทศกาล Crossroads Guitar Festival ปี 2010 ร่วมกับ บี. บี. คิง ตัวจริงมาแล้ว

นายแบบ อัลตัน เมสัน ผู้รับบทเป็นลิตเติลริชาร์ดวัยหนุ่มใน “Elvis” สืบเชื้อสายเป็นหลานของหลานของหลานอาของนักร้องกอสเปลผู้ทรงอิทธิพลในศตวรรษที่ 20 มาฮาเลีย แจ็คสัน

 

Måneskin วงดนตรีแกลมร็อคจากอิตาลีผู้ชนะรางวัล Eurovision Song Contest ปี 2021 ได้บันทึกเสียงเพลง “If I Can Dream” ของเอลวิสในเวอร์ชันของตัวเองเพื่อเป็นซาวด์แทร็กใน “Elvis” โดยใช้การบันทึกเสียงแบบเทคเดียว

 

ดามิอาโน ดาวิด นักร้องนำของ Måneskin วงดนตรีแกลมร็อคจากอิตาลี เกิดวันเดียวกันกับเอลวิส เพรสลีย์ คือวันที่ 8 มกราคม

เข้าฉาย 23 มิถุนายน ในโรงภาพยนตร์
#ElvisMovie #เอลวิส