Mondo | รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม | 10 สิงหาคม 2023

0
680

เปลี่ยนคนมี “ความเฮิร์ท” เป็นคนมี “ความรัก” 

ด้วย “ตัวช่วยอัจฉริยะ”

ผลงานกำกับโดย “มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล”

ภาพยนตร์​โรแมนติก-ไซไฟ-คอมเมดี้ขยี้ทุกความสัมพันธ์

10 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

แนวภาพยนตร์ โรแมนติก-ไซไฟคอมเมดี้

บริษัทผู้สร้างและจัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

บริษัทดำเนินงานสร้าง สตูดิโอ คำม่วน

อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ

ที่ปรึกษางานสร้าง เตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ, อวิกา เตชะรัตนประเสริฐ, ชมศจี เตชะรัตนประเสริฐ  

ควบคุมการสร้าง จาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ

ร่วมควบคุมการสร้าง ชูยศ เมืองยศ

กำกับภาพยนตร์   ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

บทภาพยนตร์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, ฐานะมาศ เถลิงสุข, สุรชาญ มั่นคงวงศ์ศิริ

กำกับภาพ นภนต์ ทิพย์ปัญญา

ผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ กชกร รัตนานุกูล, เสฎฐวุฒิ เกียรติวัฒน์

ออกแบบงานสร้าง มณฑล พงษ์ภาพ

กำกับศิลป์ ศิริศักดิ์ พัดเกิด

ออกแบบเครื่องแต่งกาย ปัญชลี ปิ่นทอง

แต่งหน้า กฤต​ภาส​ โชติ​กะ​ชีวิน 

ทำผม พงศกร กุสูงเนิน

ลำดับภาพ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, ศุภชัย แสงดวง, รัฐพงษ์ อภิชัย

ดนตรีประกอบ ชัพวิชญ์ เต็มนิธิกุล, พงศ์ธร เตชะบุญอัคโข

เทคนิคภาพพิเศษ เซอร์เรียล สตูดิโอ  

ฟิล์มแล็บ กันตนา โพสท์ โปรดักชั่น (ไทยแลนด์)  

บันทึกเสียง กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ 

ทีมนักแสดง พลอยไพลิน ตั้งประภาพร, สพล อัศวมั่นคง, พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร, 

วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล, รัดเกล้า อามระดิษ, แอนนา ชวนชื่น, 

ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์

แถลงข่าว

 

ตัวเลขสถิติไม่เคยโกหก แต่อาจพาเราหลงทาง

ส่วนความรักนั้นแม้จะเปราะบาง แต่ก็จริงต่อใจ

“ยี่หวา” (พลอย พลอยไพลิน) ยูทูบเบอร์สาวคนดังเจ้าของช่องตะลุยเที่ยวคนเดียวที่ชื่อ “โสดไปไหน” กำลังอยู่บนทางแยกที่ต้องเลือกระหว่างความสำเร็จในชีวิตที่มียอดผู้ติดตามและตัวเลขสถิติเป็นมาตรวัด กับความรักของเธอและ “ดอม” (เกรท สพล) แฟนหนุ่มแสนดีที่รักกันมานานแต่จำต้องปิดบังไว้เพื่อรักษาฐานแฟนคลับให้แน่นเหนียว ขณะเดียวกันด้านครอบครัวสุดเคร่งของดอมก็กำลังฉุดรั้งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไว้อีกทางด้วย 

ในระหว่างนั้นเอง ยี่หวาได้พบกับเพื่อนเก่าสมัยมัธยมอย่าง “หวัง” (มีน พีรวิชญ์) สตาร์ตอัปหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่พร้อมเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอให้พุ่งไปสู่เป้าหมายใหม่และความสำเร็จแบบก้าวกระโดดผ่านเทคโนโลยีสุดล้ำตัวช่วยแสนอัจฉริยะอย่าง “เม-บอต” (MayBot) ที่สามารถหาทางออกให้กับทุกปัญหาได้ไม่เว้นแม้แต่เรื่องหัวใจ 

การค้นหาจุดหมายที่แท้จริงของยี่หวาที่มีเม-บอตคอยซัปพอร์ตได้เชื่อมโยงให้เธอเข้าไปสู่โลกเสมือนที่ชื่อ “มอนโด” (Mondo) ซึ่งส่งผลให้ยี่หวาต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตที่มีอนาคตทั้งเรื่องการงานและความรักเป็นเดิมพัน!

 

ขอต้อนรับสู่ “Mondo มอนโด”

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม” โปรเจกต์ภาพยนตร์ไทยเรื่องล่าสุดของ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ที่สร้างสรรค์จากไอเดียสุดล้ำไม่ซ้ำแนวหนังรักเรื่องไหนของผู้กำกับคุณภาพแถวหน้าของไทย “มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล” ผลงานการกำกับภาพยนตร์ลำดับที่ 12 ของเขาที่ว่าด้วยเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ และความสำเร็จในอาชีพการงานของหนุ่มสาววัยแสวงหาที่มักถูกตัดสินกันด้วยสถิติตัวเลข ซึ่งต่างเชื่อมโยงและส่งผลต่ออนาคตให้พวกเขาต้องก้าวผ่านไปในโลกสมัยใหม่ที่เทคโนโลยีคือวิถีชีวิต ปัญญาประดิษฐ์คือโลกเสมือน และรักเสมอยังคงเป็นความรู้สึกที่ยากจะลบเลือน

“แรงบันดาลใจเรื่องนี้ก็มาจากที่ทุกวันนี้เราใช้โซเชียลมีเดียกันเยอะขึ้น มีการใช้ AI แอปพลิเคชันต่างๆ ที่มันช่วยเราทำงานหลายๆ เรื่องได้มากขึ้น ก็เลยจินตนาการว่าในอนาคตมันจะช่วยเราตัดสินใจในการดำเนินชีวิตที่เป็นชีวิตจริงๆ ได้มั้ย ก็เลยมาลองเล่าเรื่องนี้กันดูและจินตนาการให้มันบรรเจิดไปอีก ถ้ามันพาเราไปไกลกว่าที่เรารู้ เรื่องราวมันจะเป็นยังไง

โลกมันเปลี่ยนไปเยอะมากตั้งแต่เราทำหนังมาเรื่อยๆ ก็ลองสังเกตคนรอบตัว ความสัมพันธ์ของคน การปฏิบัติต่อกัน การเข้าหากัน การพลัดพรากจากกันอะไรแบบนี้ มันเปลี่ยนไปเยอะนะ โดยเฉพาะโลกที่เราเอาตัวเราเข้าไปในโซเชียลมีเดีย ในโลกอินเทอร์เน็ต โลกออนไลน์ ทุกคนเชื่อมโยงไปกับมัน ยึดมันเป็นสรณะ แล้วเราก็เห็นอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer), คอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Content Creator), บล็อกเกอร์ (Blogger) รีวิวเวอร์ (Reviewer) ต่างๆ นานาอะไรอย่างนี้ คนที่เติบโตจากการใช้โซเชียลมีเดียและมันก็เป็นอาชีพได้จริงๆ สิ่งหนึ่งที่สะท้อนมาได้ก็คือชีวิตมันถูกกำหนดด้วย ตัวเลข ไปซะเยอะเลย แล้วมันก็ทำให้คนรู้สึกว่าคุณค่าของฉันมันผูกมัดอยู่กับตัวเลขที่กำหนดว่าลูกค้าจะจ้างฉันมั้ย มีคนฟอลฉันเยอะมั้ย มีคนเห็นด้วยกับสเตตัสที่โพสต์ขนาดไหน มีคนเอนเกจเมนต์กับคอนเทนต์อะไรเข้าไปอีก 

 

คือสิ่งเหล่านี้มันกำหนดเราให้กลายเป็นแบบใดแบบหนึ่ง มันก็เกิดคำถามใหม่ว่า ความเป็นมนุษย์ของเรามันถูกชั่งวัดตวงอย่างนี้ได้หรือเปล่า จริงๆ คำนี้เคยถูกพูดถึงในหนังเรื่อง ‘13 เกมสยอง (2549) เรื่องของการวัดคุณค่าของความเป็นมนุษย์เนี่ย แต่เรื่องนี้ไม่ซีเรียสขนาดนั้น จริงๆ มันมีความเป็นวิทยาศาสตร์อะไรคล้ายๆ กันอยู่ มันก็เลยอยากจะเล่าเรื่องและมุมมองของเราที่มีต่อมนุษย์ที่เปลี่ยนไปตามวิถีของสังคม ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป ตัวเราที่เปลี่ยนไป เราถูกขับเคลื่อนด้วยสถิติ ด้วยอัลกอริทึม (Algorithm) ด้วยบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่รู้หรอกว่ามันทำให้เราเป็นคนแบบนี้ และมันกำลังจะพาเราไปทางไหน

จากธีมหลักเรื่องการปรับตัวและใช้ชีวิตในโลกยุคโซเชียลมีเดียได้ถูกพัฒนาและต่อยอดให้เป็นภาพยนตร์โรแมนติกไซไฟคอมเมดี้ซึ่งโฟกัสไปที่เรื่องราวของยูทูบเบอร์สาวคนดังที่กำลังประสบปัญหาอันหนักหน่วงจนเธอต้องยินยอมให้ผู้ช่วยสุดอัจฉริยะอย่าง “เม-บอต” (May-Bot) เข้ามาช่วยแก้ทั้งปัญหาชีวิต หน้าที่การงาน ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่อง “ความรัก” ที่อาจถูกแปรเปลี่ยนไปตามสิ่งที่ “โพสต์” บางคนกำลังจะถูก “ลบ” ออกจากใจ แต่ใครอีกคนกลับไม่เคย “ลืม” จากความทรงจำ 

“เรื่องนี้เป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้ผสมไซไฟด้วย คือหนังมันจะเล่าเป็นคู่ขนานกันไป ชีวิตที่ต้องถูกไดรฟ์ด้วยอัลกอริทึมต่างๆ กับชีวิตคนจริงๆ ที่อยู่ด้วยกันเขาสำคัญกับคุณมั้ย บางทีมันถูกหลงลืมไปว่ามนุษย์มีข้อบกพร่องกันทุกคน เมื่อก่อนเรารักกันโดยมองข้ามความบกพร่องของกันและกันได้ แต่ทุกวันนี้เราแทบจะมองหาแต่สิ่งที่ดีขึ้น และพยายามทำให้คนที่ไม่สมบูรณ์ฟิกซ์ให้เป็นอย่างที่เราต้องการ นี่แหละตลกร้าย คุณไม่สามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้หรอก มันก็จะสะท้อนให้ตัวนางเอกกับตัวเราเห็นกันและกันในหนัง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องของยูทูบเบอร์สาวคนดังที่กำลังเดินมาถึงจุดที่จะต้องเลือกระหว่างความก้าวหน้าทางการงานและความสัมพันธ์กับคนรัก แล้วเธอก็บังเอิญไปเจอ เม-บอต’ (May-Bot) แอปอัจฉริยะที่จะช่วยตัดสินใจในการใช้ชีวิต มันก็จะทำให้เธอค้นพบอะไรหลายๆ อย่าง รวมถึงได้เรียนรู้คุณค่าของชีวิตและความสัมพันธ์ส่วนตัวกับครอบครัวอีกด้วย”

ด้วยความเป็นภาพยนตร์รักที่มีส่วนผสมของ “ไซไฟ(Sci-Fi) ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนักในตลาดภาพยนตร์ไทย ซึ่งผู้กำกับก็ได้เลือกนำเสนอแนวไซไฟในรูปแบบที่จับต้องได้ เข้าใจง่าย และอิมแพกต์ต่อผู้คนในวงกว้างผ่านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นและใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน พร้อมเพิ่มจินตนาการและสร้างสรรค์ไอเดียแปลกใหม่ใส่ความเป็นไปได้ของนวัตกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยวิสัยทัศน์อันทรงพลังและโลกเสมือนจริงอันน่าตื่นตาตื่นใจในแบบที่ไม่เคยเห็นในหนังรักเรื่องใดมาก่อน กับเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของหนุ่มสาววัยทำงานในโลกยุคไซเบอร์ไร้ข้อจำกัดที่ “เทคโนโลยีสุดล้ำ” อาจจะกลายมาเป็นคู่แข่งสำคัญของ “ความรัก” ได้อย่างไม่ทันคาดคิด

“ชื่อหนัง ‘MONDO’ (มอนโด) มันแปลว่า “โลก” เป็นภาษาอิตาลี โลกทุกวันนี้ก็คือโลกแบบหนึ่ง ในโซเชียลก็คือโลกอีกแบบหนึ่ง หนังมันพูดถึงโลก โลกของนางเอก โลกของทุกคน ทุกคนมีโลกของตัวเอง เราใช้ชีวิตในโลกที่มันมาผสานกลืนกัน มันมีทั้งโลกจริง โลกเสมือน โลกจริงของเรา โลกเสมือนคนอื่น โลกเสมือนของเรา โลกจริงของคนอื่น มันมารวมกันหมดเลย มันจะดีหรือจะเลว มันจะทำให้เป็นยังไง แต่สุดท้ายเราก็ต้องอยู่ร่วมกัน มันก็เลยกลายเป็นชื่อหนังเรื่องนี้ขึ้นมา

ส่วนตัวละคร เม-บอต ของเราก็ไม่ได้เป็นตัวอะไรตลกๆ แต่มันเป็นจินตนาการที่มีหลักการของ AI ของเทคโนโลยีทุกวันนี้มารองรับอยู่ แล้วมันก็เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเราทุกคน มันเป็นเทคโนโลยีที่ใกล้ถึงแล้ว คือเราใช้มันทำงานหลายๆ อย่าง มันรู้ว่าเราต้องการทำอะไร เราจะไปทางไหน แล้วมันก็สามารถไกด์ให้เราเลือกได้ด้วยว่าเราจะตัดสินใจแบบนี้ๆ มันรู้จักเรามากกว่าที่เราคิดอีก มันมีส่วนทำให้เราเป็นแบบนี้กันทุกคนเลย

เรื่องนี้มันจึงเป็นไซไฟที่เราสัมผัสได้ ทุกวันนี้เราก็สัมผัสกับมันอยู่แล้วแค่เราไม่รู้ตัวว่ามันทำอะไรกับเราบ้าง เรื่องนี้มันคือไซไฟที่เรามองผลกระทบที่มันมาถึงปลายทางของเราแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันจะทำให้เราตระหนักรู้ขึ้นว่าเราอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้วนะ เราอยู่เฉยๆ ก็ถูกมันมายุ่งกับเราแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีแนวโน้มว่าจะแทนที่มนุษย์ได้ มันเป็นหนังไซไฟที่ไม่มาฆ่าเรา แต่มันอาจทำให้เราหมดคุณค่าไปอย่างช้าๆ” 

หนังสะท้อนมุมมองและสะกิดความรู้สึกที่อาจกำลังหลงลืมเสียงของหัวใจ เพราะมัวไปสนใจแต่โลกแห่งดาต้าจนลืมไปแล้วว่าหัวใจจริงๆ ของเรานั้นมันต้องการอะไรกันแน่ ซึ่งมันจะส่งผลให้ตัวละครในเรื่องต้องตัดสินใจเลือกบางสิ่ง ลบบางอย่าง และก้าวต่อไปให้ได้

“ความรักโรแมนติกคอมเมดี้ในเรื่องนี้ มันก็เป็นความรักในยุคสมัยนี้ที่ไม่ได้ผูกพันกันแน่นแฟ้น หรือจะเป็นจะตายเพื่อให้ได้รักกัน ทุกวันนี้เราก็อยู่ในยุคที่ถ้าสมมติเราเลิกกับคนนี้ไปแล้วเราก็อาจจะเจอคนใหม่ภายในวันสองวันเลยก็ได้ เพราะยุคนี้เราสามารถเจอกันได้ง่ายขนาดนั้น แต่ตัวละครในหนังเรื่องนี้ทุกคนก็ยังพยายามจะผูกพันกันอยู่ มีสายสัมพันธ์ต่อกันอย่างแนบแน่นโดยไม่ขาดหายไปไหน สิ่งนี้อาจจะเป็นสิ่งที่พิเศษในหนัง นั่นคือกลุ่มคนที่พยายามจะยึดโยงอยู่ด้วยกันในสมัยที่โลกมันเชี่ยวกรากขนาดนี้แล้ว

หากคุณเคยประทับใจความรักหลากหลายใน “รักแห่งสยาม” (2550) ความผูกพันเรียบง่ายลึกซึ้งจาก Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ” (2555) และการเติบโตที่เจ็บปวดแต่งดงามของเหล่าวัยรุ่นอย่าง “เกรียน ฟิคชั่น” (2556) นี่คือการมาถึงของ MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม” ภาพยนตร์โรแมนติกไซไฟคอมเมดี้ที่จะทัชใจผู้ชมในมุมที่ยังไม่เคยถูกบอกเล่าและตีความอย่างลึกซึ้งมาก่อน รวมถึงความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ใน “ภาพยนตร์ของมะเดี่ยว” เกือบทุกเรื่อง นั่นก็คือ “ความเป็นครอบครัว” ที่โยงใยความผูกพันอันยากจะตัดขาดและลบเลือน

“เรื่องนี้จะมีพาร์ตครอบครัวที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ที่ผ่านมาอย่าง รักแห่งสยามหรือ เกรียน ฟิคชั่น มันก็เป็นครอบครัวในมุมเด็กวัยรุ่นมองเห็นครอบครัวและโลกแบบคนที่ยังเป็นเด็กอยู่ แต่มุมครอบครัวใน มอนโด ตัวละครทุกคนมันโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วมันก็จะคิดและทำอะไรไม่เหมือนกัน แต่ครอบครัวก็คือโลกๆ หนึ่งที่รวมผู้คนหลากหลายเอาไว้อยู่เหมือนกัน มันจะเป็นครอบครัวคนละแบบ ความเป็นครอบครัวในเรื่องนี้คือสิ่งที่จะบอกว่าเราขาดกันไม่ได้ คุณค่าของครอบครัวมันเป็นหน่วยเล็กที่สุดที่สร้างพวกเราขึ้นมา ไม่ว่าโลกมันจะโหดร้ายขนาดไหน คนก็พยายามพูดถึงการอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว มันเหมือนสำคัญน้อยลง แต่เราก็ยังเชื่อว่ามันเป็นจุดที่ยึดเหนี่ยวให้เราอยู่ด้วยกันได้ มันทำให้สังคมเป็นสังคมได้ ทำให้มนุษย์เรายังเป็นมนุษย์อยู่ได้ ถ้าเรามองลึกๆ กลับไปหามันอีกทีว่าที่เราเป็นเราอยู่อย่างนี้ได้มันเกิดจากอะไร มันก็เกิดจากความรัก ความผูกพัน ไม่ทอดทิ้งกันของคนที่เรียกว่าครอบครัว

แท็กทีมนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังยุคโซเชียล “พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร” (Low Season สุขสันต์วันโสด), “เกรท-สพล อัศวมั่นคง” (แสงกระสือ), “มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร” (วอน (เธอ)) พร้อมด้วยนักแสดงหลากรุ่นมากฝีมือ “พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล” (รักแห่งสยาม), “ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ” (อุโมงค์ผาเมือง), “แอนนา ชวนชื่น” (หลุด 4 หลุด) และ “เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์” (สยามสแควร์) มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความรักความผูกพันแห่งปีที่คุณจะไม่มีวันลืม

“คือนักแสดงทุกคนทุกตัวละครมีความสำคัญหมด เริ่มจาก พลอย พลอยไพลิน รับบท ยี่หวาทำงานเป็นยูทูบเบอร์ เพราะมันเป็นงานที่สามารถโด่งดังได้ด้วยตัวเอง เป็นมนุษย์ที่ Self-Centered มาก เพราะว่าเขาไม่ได้โตมากับครอบครัว เราว่ายี่หวาก็เหมือนเราทุกคนที่แสวงหาหรือคิดว่าตัวเราเองจะอยู่บนโลกนี้ยังไงอย่างมีความสุขและได้ทุกอย่างที่ต้องการ และก็กำลังเรียนรู้แล้วว่ามันไม่ได้ทุกอย่างที่ต้องการหรอก เป็นผู้หญิงที่สนุกสนานร่าเริง แต่ความร่าเริงแบบที่มีอยู่มันจะเป็นวัยที่ยี่สิบปลายๆ แล้วมันก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นคิดเยอะ นึกถึงเรื่องข้างในเยอะแล้วอะไรอย่างนี้ โดยเราเห็นยี่หวาแล้วก็จะรักเขา ก็เหมือน น้องพลอยนี่แหละ บทนี้มันเหมาะมากๆ น้องก็เข้าใจตัวละครเลยว่ามันถูกนำพาไปด้วยสิ่งใด 

เกรท สพล รับบท ดอมเป็นตัวแทนของผู้ชายจากครอบครัวอนุรักษ์นิยมเลย เป็นคนจีนแต้จิ๋วปนไทย บ้านเขาก็จะทำกิจการจีนแบบดั้งเดิมคือทำพิธีมงคลเก่าแก่โบราณอะไรพวกนี้ เขาไม่เล่นโซเชียล ก็จะใช้ชีวิตไปตามวิถีของเขา แล้วเราไปมองว่าเขาเชย ตามนั่นตามนี่ไม่ทัน แต่เขาก็มีมุมของเขาอยู่ เขาต้องการอยากมีครอบครัวตามอุดมคติของบ้านคนจีนว่าเขาจะต้องเป็นคนที่ดูแลและสืบทอดกิจการในฐานะลูกชาย เราว่าหลายๆ คนก็ยังเป็นดอมอยู่ ทุกวันนี้ไม่ใช่ทุกคนจะทันสมัยทันโลกไปซะทุกอย่าง มันก็จะมีคนที่ยังอยากจะอยู่กับโลกเก่าๆ ที่มันมั่นคงและไม่อยากให้มันเปลี่ยนไปอย่างนี้อยู่เหมือนกัน

มีน พีรวิชญ์รับบท หวังคือไอดอลของคนยุคนี้ ร่ำรวยจากการทำงานออนไลน์ มีเงินเก็บ งานสบาย เอาเงินไปลงทุนตามที่ต่างๆ ใช้ชีวิตแบบหรูหรา เป็นตัวละครในฝันของใครหลายๆ คนในยุคนี้ เป็น Role Model ของคนรวยเร็วทุกวันนี้ จริงๆ หวังก็ไม่ได้เป็นคนแย่อะไรนะ คือการที่เขาอยากเป็นคนรวยมันก็ไม่ได้ผิดจริงมั้ย แต่เขาอาจจะมุ่งสู่ความต้องการของเขาอย่างแรงกล้าจนอาจจะหลงลืมอะไรบางอย่างในชีวิตไป แล้วการได้มาเจอกับยี่หวาอีกครั้งมันก็ทำให้เขากำลังจะค้นเจออะไรบางอย่าง

 

ตอนแรกเราก็เลือกทีมนักแสดงนำสามคนนี้เหมือนเป็นหนังรักสามเส้าเลย พอรวมสามคนเราก็ยังไม่เห็นอะไรหรอก แต่พอเล่นด้วยกันก็เข้าขากันได้เป็นอย่างดี อย่าง พลอย กับ เกรท จะเล่นเป็นคนที่รักกันมา 7-8 ปีซึ่งก็ทำได้ดีมากเลย ดูแล้วเชื่อว่ายังรักกันดูดดื่มอยู่ ทั้งคู่ถ่ายทอดออกมาได้น่ารักมากๆ ส่วนเวลาพลอยเข้าฉากกับ มีน ก็จะเล่นกันอีกแบบหนึ่งซึ่งเรียกว่าเล่นแล้วลุ้น ก็เพื่อนกันทั้งนั้น ทั้งคู่ต้องเล่นให้ไม่ล้ำเส้นธุรกิจที่ร่วมงานกันอยู่ซึ่งมีนก็ทำตรงนี้ได้ดี 

พิช วิชญ์วิสิฐรับบท เฮียได๊ เป็นพี่ชายของดอม แต่นางเป็น LGBT อายุสามสิบกว่าๆ ซึ่งคนในยุคนั้นการเป็น LGBT กับครอบครัวที่อนุรักษ์นิยมขนาดนี้ก็เป็นเรื่องลำบากถึงขั้นที่ถูกตัดออกจากกองมรดกได้เลย นางก็อยากไปมีชีวิตของตัวเอง เพราะนางไม่เอาอะไรกับบ้านนี้แล้ว นางไม่แคร์ ฉันจะด่าทุกคน แต่ถ้าไม่แคร์จริงนางก็ไปนานแล้ว แต่นี่นางก็ยังคงอยู่ช่วยที่บ้านนะจนกว่าน้องชายจะเดินต่อไปได้ เพราะว่านางห่วงแม่ห่วงน้องอยู่ ก็เป็นคนปากร้ายใจดี วีนเก่งอะไรอย่างนี้ เป็นตัวละครอีกมิติหนึ่งที่อยากให้ดูกัน เป็นเหมือนความแตกต่างในบ้านนี้ พิชก็เล่นได้แบบอื้อหือ แต่ดูจบแล้วจะเกลียดไม่ลง

พี่ต๊งเหน่ง รัดเกล้ารับบท หมุยหลี เป็นสะใภ้ของบ้านนี้ เป็นผู้หญิงที่ติดอยู่ในครอบครัว คือต่อให้ผัวตายก็ออกไปไหนไม่ได้ก็ยังจะต้องดูแลบ้านนี้อยู่ ก็เป็นภาพที่ดอมมันเห็นแล้วมันก็ไม่อยากให้ยี่หวาเป็นอย่างนั้น แม่ต้องติดแหง็กอยู่ในบ้านแล้วก็ต้องมาดูแลพ่อผัว แกเป็นผู้หญิงที่จริงๆ มีความฝันแต่ว่าไม่สามารถจะทำตามความฝันได้ เพราะว่าประเพณีที่สืบทอดกันมา แต่นางก็ไม่ได้จะมาเดือดร้อนอะไร หน้าที่ของนางคือเป็นเมียที่ดี เป็นลูกสะใภ้ที่ดี เป็นแม่ที่ดีอะไรอย่างนี้ พี่ต๊งนี่เราไม่ห่วงเลยแค่มาปรับมาจูนอะไรกันนิดหน่อย แกจะลึกในตัวละครอยู่แล้ว และก็ถ่ายทอดความเป็นนกถูกขังกรงได้โคตรดี ใจรู้ว่าตัวเองมีที่จะไปแต่มันก็ออกจากโลกนี้ไม่ได้อะไรแบบนี้

พี่แอนนา ชวนชื่น รับบท อากงเป็นจุดศูนย์รวมของบ้าน คือพอพูดถึงบ้านในสังคมปัจจุบันคนแก่กับเด็กก็จะเป็นศูนย์กลางของบ้านนะ ไม่ว่าในยุคสมัยใดๆ คนแก่ก็ต้องเป็นที่เคารพนับถือ แล้วก็เป็นที่ที่เราต้องช่วยกันเทกแคร์ อากงก็จะป้ำๆ เป๋อๆ หลงๆ ลืมๆ เราเป็นมนุษย์น่ะต่อให้คนมันจะเก่าจะแก่จะ Malfunction แค่ไหนก็ยังถูกดูแลกันอยู่ ในขณะที่โลกของไซไฟ โลกของธุรกิจอย่างนี้ ซอฟต์แวร์อันไหนเอาต์เดตก็ทิ้งไป อะไรที่ตามไม่ทันก็ต้องถูกทิ้งไป นี่คือสิ่งที่เรากำลังพูดถึงอยู่คือมนุษย์มันต่างไป เราพัฒนาไปไกลแค่ไหนแล้วความเป็นมนุษย์ตรงนี้มันก็ยังอยู่ พี่แอนนาเป็นนักแสดงตลกที่ทำงานด้วยแล้วสนุก ไม่มากไป ไม่น้อยไป เป็นคนที่ดูน่ารัก พูดจาโผงผางแล้วดูตลกไม่หยาบคาย แล้วจะมีฉากไฮไลต์ของแกที่ต้องรอชมกันเลย แกต้องเหนื่อยมากแน่ๆ

คือเรื่องนี้ทุกคนเล่นดี ทุกคนเล่นเก่ง เราก็สบายใจที่ได้กำกับคนที่เก่งอยู่แล้ว ก็แค่ปรับตรงนั้นตรงนี้ให้เข้ากันอะไรอย่างนี้ แล้วก็เป็นทีมนักแสดงที่เข้าขากันดีมาก จังหวะกำลังดี ไม่โบ๊ะบ๊ะเป็นซิตคอม แต่ก็ไม่จืด ต้องรอดู สนุกมากเลย”

เมื่อจุดเปลี่ยนของชีวิตถูกกำหนดให้ต้องเลือกระหว่าง “ความรักที่กลับไม่ได้ไปไม่ถึง” กับ “ความสำเร็จเบ็ดเสร็จตรงหน้า” คุณจะเชื่อใจ AI สุดอัจฉริยะ หรือใช้หัวใจของตัวเองในการตัดสินใจ!

เตรียมเปลี่ยนคนมี “ความเฮิร์ท” เป็นคนมี “ความรัก” ด้วย “เม-บอต” แอปพลิเคชันสุดอัจฉริยะที่พร้อมจะเป็นผู้ช่วยคุณในทุกสถานการณ์ใน MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม” ภาพยนตร์โรแมนติกไซไฟคอมเมดี้ที่พร้อมขยี้ทุกความสัมพันธ์ 10 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

“เราก็ยังทำหนังรักที่มีประเด็นละเอียดอ่อนเหมือนเดิม แล้วก็เติมความเร้าใจ ความวิทยาศาสตร์เข้าไปครึ่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ คืออาจจะคลี่คลายกว่างานที่ผ่านมาเรื่องอื่นๆ พอสมควร แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก เพราะจริงๆ ธีมหนังของเรามันก็พูดเรื่องของมนุษย์เรื่องของคนเยอะ มันยังไม่หนีไปไหน 

เรื่องนี้มันวัยเจนซี (Gen Z) ยี่สิบกลางๆ ที่กำลังจะย่างเข้าสามสิบ เป็นวัยที่กำลังคิดเยอะคิดแยะเรื่องความมั่นคงในชีวิตอยู่ตรงไหน อีก 5 ปี 10 ปีชีวิตจะเป็นยังไง มันก็เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อนะ คือถ้าคุณไปได้ดีในอาชีพการงาน คุณก็จะเริ่มขึ้น 30 ไปเป็นหัวหน้า หรือเลื่อนระดับไปในทิศทางนี้ แต่ถ้าเกิดถึงอายุ 30 แล้วคุณยังไม่รอด ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ อันนั้นมันก็เรื่องใหญ่เหมือนกันนะ น้องๆ ส่วนใหญ่ที่ไปคุยไปถามก็จะมีความกังวลไง ถ้าเขายังไม่ถูกยอมรับในสาขางานใดก็ตามในช่วงวัยนี้ เขาจะวิตกมากว่าเขาจะเอาตัวเองไปอยู่ที่ไหน เช่นเดียวกับตัวละครในหนังเรื่องนี้แหละ

หนังเรื่องนี้มันถูกสร้างขึ้นด้วยความคิดที่ตัวละครแต่ละโลกเนี่ยมันมาปะทะกันโดยอะไรบางอย่าง แต่ละคนจะมีสตอรีของตัวเอง แล้วมันจะค่อยๆ ซึมเข้าหากันเรื่อยๆ คือเราดีไซน์ไว้ว่าโลกแต่ละโลกจะค่อยๆ ซึมเข้าหากัน มันเหมือนสีที่พอเข้ามาเจอกัน อันนี้ออกมาสวย อันนี้ออกมาฉิบหายเลยว่ะ หลังๆ มันซึมเข้าหากันเยอะๆ แล้วมันเละไง เละตุ้มเป๊ะ แล้วมันจะไปมันส์ตอนนั้น มันถูกคิดโดยวิธีการทำหนังแบบเราๆ แบบคลาสสิก เรามองว่าหนังมันคือการค่อยๆ เห็นชีวิต เห็นความเป็นไปของตัวละคร ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนเหมือนอย่างที่บอก มันซึมเข้าหากันแล้วมันเละนั่นแหละ มันถูกดีไซน์ให้เป็นอย่างนั้นอยู่ 

เรื่องนี้จริงๆ มันเป็นหนังของทุกคนแหละ ตัวละครพวกนี้อยู่ในชีวิตคุณทั้งหมดอยู่แล้ว คุณมาดูเพื่อที่จะได้รู้ว่าเขาคิดยังไงในมุมของเขา เขาอยู่ในโลกของเขา ในโลกที่ยังไงมันก็ต้องมาซ้อนเหลื่อมกันอยู่แล้ว ถ้ามันซ้อนแล้วมันพังแบบในหนัง คุณจะพากันไปต่อมั้ย หรือคุณเลือกแค่จะไปจากกัน หนังเรื่องนี้อาจจะให้อะไรคุณมากกว่าที่คิด

มันอาจจะไม่ได้มีหนังสำหรับทุกคนมานานแล้ว มันไม่ได้เข้าใจยากอะไร มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเราทุกคน แล้วเราจะไปสู่จุดนั้นในสักวันหนึ่ง มันเป็นงานบันเทิงที่ครบรส เราเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง

 

เธอ | ฉัน | เรา | โลก

“ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม”

“ยี่หวา” (รับบทโดย พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร)

ยูทูบเบอร์สาวสุดคูลที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในอาชีพบนโลกออนไลน์ แต่ในโลกความเป็นจริงเธอกำลังเจอปัญหาใหญ่ในชีวิตอย่างไม่คาดฝัน เมื่อเธอต้องตัดสินใจเลือกระหว่างความสำเร็จแบบก้าวกระโดดในอาชีพการงาน หรือความสัมพันธ์คงเส้นคงวากับแฟนหนุ่มที่สร้างสมกันมานานแต่ก็ยังไปไม่ถึงไหน

“คือเรื่องนี้มันเป็นหนังรอมคอมที่มีทุกอย่างเลยค่ะ ทั้งเรื่องของความรักความสัมพันธ์ของตัวละคร อนาคตในอาชีพการงาน แต่ในความสัมพันธ์นั้นมันก็มีหลายๆ อย่างที่สอดแทรกเข้ามาอย่างในเรื่องครอบครัวที่เด่นมากๆ เทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงไซไฟในโลก Mondo มันมีน้ำหนักพอๆ กัน มันสามารถผสมผสานให้เข้ากันได้อย่างลงตัวมากๆ ถ้ามันขาดด้านใดด้านหนึ่งไปแล้วหนังมันก็จะไม่สมบูรณ์ในความเป็นหนังโรแมนติกไซไฟคอมเมดี้ของเรื่องนี้ มันเป็นหนังที่ครบรสและทันยุคทันสมัยด้วยค่ะ

ตอนแรกที่อ่านบทก็รู้สึกว่ามีความคล้ายเราอยู่นะ ด้วยความที่เราทำ YouTube ท่องเที่ยว มันตรงกับเรามากๆ แต่ว่าพอเจาะบทดีๆ แล้วก็มาแสดงเนี่ย มันก็มีความไม่เหมือนกันหลายๆ อย่างทั้งเรื่องของความคิด Mindset แล้วก็พื้นฐานชีวิต รวมถึงเป้าหมายของตัว ยี่หวา ที่จะไม่เหมือนกับตัวเราเลย บทมันมีความเหมือนจะง่าย แต่จริงๆ มันก็ยากมากเหมือนกัน

จุดเด่นในเรื่องนี้พลอยว่ามันคือความที่เข้าใจในโลกสมัยใหม่มากๆ เข้าใจวัยรุ่น แล้วก็คนสมัยนี้มากๆ ในเรื่องของโซเชียลมีเดีย ความที่เป็นสังคมของการวิ่งหาความสำเร็จโดยที่เราลืมคนรอบตัวไปหมดเลย มันเป็นยุคของสังคมที่กดดันเราว่าต้องสำเร็จนู่นนี่นั่นนะ แล้วโซเชียลมีเดียก็เข้ามาทำให้เห็นว่าคนอื่นเขาประสบความสำเร็จไปแล้ว ทำไมเรายังอยู่ที่เดิมวะ เราก็ต้องไปอีกๆ ทะเยอทะยานอีก จนเราก็อาจจะหลงลืมสิ่งรอบตัวไปเยอะมากๆ เหมือนกัน”

“รักเธอเสมอโลก”

“ดอม” (รับบทโดย เกรท-สพล อัศวมั่นคง)

ชายหนุ่มแสนดีของทั้งแฟนสาวและครอบครัว เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่แต่ในโลกออฟไลน์ และถูกกดดันให้ต้องแบกรับและสืบทอดกิจการของครอบครัวจีนที่เป็นร้านขายของมงคลและรับจัดอีเวนต์ประเพณีจีนเก่าแก่โบราณให้มั่นคงต่อไป ในใจของเขามีเพียงแค่อยากจะแต่งงานกับแฟนสาวที่รักกันมานานและสร้างครอบครัวใหม่เท่านั้นเอง แต่แล้วโลกออนไลน์ก็กลับเพิ่มความยุ่งเหยิงให้ชีวิตของเขาโดยไม่ทันคาดคิด

“แม้ว่าความสัมพันธ์ของ ดอม กับ ยี่หวา อาจจะดูไม่มีจุดหมายปลายทางเท่าไหร่ แต่เราก็รู้สึกว่าอยากมีชีวิตอยากใช้เวลาร่วมกับเขาแค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องมีเงินเยอะแยะมากมาย ขอแค่เขามีเวลาแล้วก็มีความรักให้เรา แค่นี้เราก็รู้สึกว่ามันเพียงพอแล้วสำหรับตัวดอมนะ มันไม่จำเป็นต้องแบบเป็นยูทูบเบอร์ล้านซับหรือต้องไปเหนื่อยถีบตัวเองขนาดนั้น แต่ว่าจริงๆ แล้วผมก็เป็นคนที่คอยรับฟัง และก็เป็นคนที่คอยให้กำลังใจยี่หวามาตลอดอยู่แล้ว

ผมว่าหนังเรื่องนี้ที่น่าสนใจเลย เพราะว่ามันเป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้ผสมไซไฟด้วย แล้วก็ที่สำคัญเราคงไม่ค่อยได้เห็นหนังที่เล่าครบทุกความสัมพันธ์แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับคนรัก กับเพื่อน กับครอบครัว หรือแม้แต่เอาเทคโนโลยีความเป็นไซไฟมาเล่นด้วย ผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้บอกเล่าชีวิตของคนยุคใหม่ได้ดีมากๆ ว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ชีวิตของเราทุกวันนี้มันพัฒนาไปถึงไหนแล้ว แต่สิ่งที่ผมชอบมากๆ เลยสำหรับเรื่องนี้ก็คือแม้เทคโนโลยีที่มันทำให้คนเราใกล้กันมากขึ้น แต่หนังก็สะท้อนให้เราเห็นว่าจริงๆ แล้วมันก็อาจทำให้เราห่างกันมากขึ้นด้วย แล้วก็ปัญหาต่างๆ ที่ทุกคนคิดว่าเทคโนโลยีจะแก้ได้ บางทีมันอาจจะสร้างปัญหาขึ้นมาก็ได้เช่นกัน”

 

“รักเสมอ โลกเสมือน”

“หวัง” (รับบทโดย มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร)

สตาร์ตอัปหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงผู้นำด้านเทคโนโลยีสุดล้ำนวัตกรรมอันทรงคุณค่าที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ แต่เรื่องหัวใจตัวเองเขากลับตามไม่ค่อยทัน หวังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ของยี่หวา และเป็นตัวแปรสุดท้าทายครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์ของดอมกับยี่หวา

“คือจริงๆ หวัง เป็นคนที่สนใจ ยี่หวา มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เพราะยี่หวาเป็นคนหนึ่งที่เห็นหวังอยู่ในสายตา ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หวังประทับใจยี่หวาแล้วก็อยากพัฒนาสิ่งที่จะช่วยเหลือมนุษย์ได้ ซึ่งหวังเชื่อเหลือเกินว่ายี่หวามีจุดที่จะช่วยเหลือมนุษย์ทุกคนได้เหมือนอย่างที่ยี่หวาเคยช่วยหวังประมาณนั้น แล้วพอยิ่งโตมาและได้กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่เขาเคยหลงใหลในตอนเด็กๆ มันยังคงอยู่แล้วก็มากขึ้น แล้วยี่หวาก็มีจุดที่สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้จริงๆ ผมว่าความสัมพันธ์ของหวังกับยี่หวามันมีทั้งในแง่ของความรักและในแง่ของธุรกิจที่มันไปด้วยกันได้ เชื่อว่าถ้าเขาเลือกเรานะ ทั้งสองอย่างก็สามารถเติบโตไปด้วยกันได้

ผมว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ภาพใหญ่ๆ ที่คนเห็นอาจจะรู้สึกว่ามันคือหนังเทคโนโลยี หนังอนาคต แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดมันถูกขับเคลื่อนไปสู่สิ่งเดียวก็คือการใช้ชีวิตประจำวันของคน ฉะนั้นหนังเรื่องนี้มันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของใครบางคน หรือท้ายที่สุดมันอาจกลับมาพูดเรื่องง่ายๆ ถึงความสัมพันธ์ว่าเทคโนโลยีมันเติบโตขึ้นไป มันทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น รวดเร็วมากขึ้น หาคำตอบได้ง่ายขึ้น แต่คำตอบของความสัมพันธ์นั้นสุดท้ายแล้วเราต้องคิดมาจากมุมไหน ถามใคร หรือปรึกษาใจตัวเอง มันจะมีทั้งคำถามและคำตอบอยู่ในหนังเรื่องนี้ที่อยากให้หลายๆ คนไปดู และคงจะได้แนวคิดอะไรที่ต่างกันออกไป”

 

“รักก็คือรัก” #LoveIsLove

“เฮียได๊” (รับบทโดย พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล)

นางแบกของตระกูล ลูกสุดที่รักของหมุยหลี พี่ชายปากร้ายของดอม และตัวตึงไม่ญาติดีของยี่หวา เขามีปัญหากับพ่อผู้ล่วงลับเพราะเป็นเกย์จนถูกตัดออกจากกองมรดก แต่เขาก็ยังคงวนเวียนไปๆ มาๆ ช่วยเหลือแม่และน้องชายดูแลกิจการทางบ้าน เพราะความผูกพันและเป็นห่วงเป็นใยที่ตัดไม่ขาด 

“จริงๆ ก็คือเป็นความห่วงใยที่พี่มีต่อน้อง เราก็รู้สึกว่าในเมื่อเราเลือกเส้นทางชีวิตแบบนี้แล้วเนี่ย แม่เราจะอยู่ยังไง อากงจะอยู่ยังไง ก็เลยมีความคาดหวังกับน้องชาย อยากจะให้น้องสานต่อกิจการของที่บ้าน มันก็เลยทำให้เกิดความขัดใจว่าจะทำยังไงดี ก็เหมือนไปกดดันน้อง ก็เป็นคาแร็กเตอร์ที่ค่อนข้างมีความย้อนแย้งนะ เราอยากจะเป็นอิสระแต่ขณะเดียวกันเราก็ไปบังคับขู่เข็ญคนอื่นด้วย

หนังมันพูดถึงทั้งเรื่องครอบครัว การเปลี่ยนผ่านของช่วงวัย ไม่ว่าจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ หรือผู้ใหญ่สู่วัยการเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นปู่ย่าตายาย การเปลี่ยนผ่านจากที่คนช่วยกันไปสู่การที่มีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย แน่นอนว่ามันมีทั้งความเข้าใจและไม่เข้าใจ เราจะก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นไปได้ยังไง เรื่องนี้มันจึงมีทั้งความเป็นโรแมนติกคอมเมดี้ดูง่ายสนุกสนาน และมันก็มีดราม่าที่ดีป (Deep) ในเชิงการเติบโตของมนุษย์ ความเข้าใจของมนุษย์ พูดถึงเรื่องช่องว่างระหว่างวัย ความเข้าใจกันระหว่างครอบครัว แล้วก็พูดถึงประเด็นสังคมหลายๆ อย่าง รวมถึงเทคโนโลยีที่มันเข้ามาช่วยผ่อนแรงหรือทำให้ชีวิตของเรามันง่ายขึ้น แต่มันก็กำลังควบคุมชีวิตของเราอยู่หรือเปล่า ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่มันอาจจะเป็นเรื่องของครอบครัว หรือสภาพแวดล้อมของเราที่คอยควบคุมเราอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้นเรื่องนี้มันก็เหมือนจำลองโลกขึ้นมาใบหนึ่งเพื่อที่จะสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกจริงๆ ของเรานี่แหละ มันมีมิติที่มากกว่าเป็นแค่เรื่องโรแมนติกไซไฟคอมเมดี้ คิดว่าถ้าใครได้ดูก็น่าจะได้อะไรหลายๆ อย่างมากๆ ครับ”

 

“ลบมันไปจากใจ”

“หมุยหลี” (รับบทโดย ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ)

แม่ของได๊และดอมผู้มีปมในใจที่ยากจะลบลืม แม้สามีจะล่วงลับไปแต่เธอก็ยังอยู่ดูแลครอบครัวและพ่อสามีในฐานะลูกสะใภ้จีนผู้ยึดมั่นในประเพณี เธอเรียนรู้และยอมรับลูกชายคนโตที่เป็น LGBTQ+ ได้อย่างน่าชื่นชม ขณะเดียวกันก็ยังคงเป็นห่วงและฝากความหวังในการสืบสกุลไว้กับลูกชายคนเล็ก

“คือเรื่องนี้ตัวละครของเราไม่ได้มีแอ็กชันเยอะ ไม่ได้มีการกระทำที่โวยวาย ไม่ได้มีกิจกรรมที่ใหญ่ที่จะต้องสู้รบ ตบกัน หรือด่ากัน มันเป็นเหมือนคนธรรมดาทั่วไปเลยที่เราพบเห็นในชีวิตจริง แต่ในความลึกของทั้งสิ่งที่ต้องเจอ อารมณ์ และก็หน้าที่ความเป็นมนุษย์ ความผิดหวัง ความเครียด ความคาดหวัง สุดท้ายมันพัฒนาไปเป็นความเปิดใจ แล้วก็เป็นความเมตตา มันคือมนุษย์ปุถุชนในสังคมที่เราพบได้ทั่วไป

คือตัว หมุยหลี เองก็จะเป็นคนที่ยึดถือขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของตระกูล รู้หน้าที่ ทิ้งความฝันเพื่อที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามค่านิยมของยุคเก่า แต่ในขณะเดียวกันหมุยหลีเองก็ไม่ได้ปิดใจ คือเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ ยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มีการแอบใช้ เม-บอต บ้าง ใช้ซื้อหวย (หัวเราะ) ให้เม-บอตช่วยตัดสินใจว่าจะเลือกเลขอะไร ก็มีความหวังว่าวันหนึ่งจะถูกบ้าง จะได้ทำตามความฝันของตัวเอง และเธอก็ยังยอมรับสิ่งที่ลูกเป็น อันนี้สำคัญมากนะคะ คือการที่ลูกเป็น LGBTQ+ คนยุคก่อนบางคนคือรับไม่ได้ แต่ตัวหมุยหลีไม่ใช่ ทุกอย่างมันต้องค่อยๆ แก้ปัญหาไปให้มันคลี่คลาย เพียงแค่ว่าทุกคนต้องเปิดใจพูดกัน จะพูดกันตรงๆ หรือจะพูดกันผ่านโซเชียล หรือเทคโนโลยีอะไรก็ได้ แต่สำคัญที่สุดคือคุณต้องเปิดใจแล้วพูดคุยกัน”

 

“ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง”

“อากง” (รับบทโดย แอนนา ชวนชื่น)

ผู้เป็นจุดศูนย์กลางของครอบครัว มีอาการหลงๆ ลืมๆ เหมือนใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ และยังคงยึดติดกับความรักที่มีต่ออาม่าผู้จากไปอย่างไม่เสื่อมคลาย 

“ถ้าเรายึดติดกับโลกของเราทุกวันนี้ เราก็จะมองว่าคนรุ่นอากงนี้เป็นเศษส่วนที่เหลือมาจากโลกเก่า พร้อมที่จะถูกโละทิ้งไป อยู่ไปก็รังแต่เป็นภาระ แต่ตอนจบมีความหมายมากเลยนะ คือจริงๆ อากงก็เป็นศูนย์กลางของความผูกพันและความสัมพันธ์ของครอบครัว ซึ่งถ้าเกิดคุณอยู่ในโลกที่เห็นอะไรเป็นผลประโยชน์ไปซะหมด อะไรที่มันไม่มีประโยชน์คุณก็ตัดทิ้งใช่มั้ย แต่นี่มนุษย์ไง นี่คือสิ่งที่ Represent ความเป็นมนุษย์ของเรา สายใยของความผูกพัน คุณยังไม่หมดประโยชน์ คุณยังต้องอยู่กันไปจนตาย นี่คือความละเอียดอ่อน ความน่ารัก ความเอื้ออาทรที่เรามีให้แก่กัน” (ผู้กำกับ “มะเดี่ยว ชูเกียรติ”) 

 

“ลบทุกความเสี่ยง เลี่ยงทุกความพ่ายแพ้”

“วิธิต” (รับบทโดย เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์)

นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่กล้าได้กล้าเสียและทำทุกวิถีทางเพื่อความสำเร็จในทุกการลงทุน เขายอมเป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ของดอมและยี่หวา เพราะเชื่อมั่นว่าทั้งคู่จะกลายเป็นตัวเลขแห่งผลกำไรอันงดงามไม่แพ้การลงทุนอื่นๆ ของเขา แต่ถ้ามันไม่เป็นดั่งใจ เขาก็พร้อมที่จะทำลายทิ้งในพริบตา

เบสท์ ณัฐสิทธิ์รับบท “วิธิต” บอกไปจะสปอยล์มั้ยว่าเป็นตัวร้าย แต่โผล่หน้ามาก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดีหรอก เบสท์ก็เป็นตัวแทนของคนที่ประสบความสำเร็จ เป็น Shark ทั้งหลายแหล่ ผู้ประสบความสำเร็จในการเป็นสตาร์ตอัป ตอนนี้มีเงินไปลงทุนนั่นนี่มากมายก่ายกองเต็มไปหมด แล้วก็อำมหิตผิดมนุษย์มนา เป็นมนุษย์ที่มองว่าอะไรเป็นข้อบกพร่องก็ตัดทิ้ง ซึ่งในวงการนั้นมันก็เป็นอย่างนี้จริงๆ คนสำหรับเขาก็คือแค่ตัวเลขหนึ่งที่เราจะต้องไม่ให้เกิดความเสี่ยง เดี๋ยวติดตัวแดง เดี๋ยวผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนต่างๆ จะไม่พอใจ เขาไม่ได้เห็นเราเป็นคนอะไรอย่างนั้น เป็นแค่ตัวเลขหนึ่งที่พิสูจน์ความเก่งของเขา จริงๆ อยากทำภาคต่อของตัวละครนี้มากเลยนะ ไปทำอะไรมาถึงกลายเป็นคนอย่างนี้ได้อะไรอย่างนี้” (ผู้กำกับ “มะเดี่ยว ชูเกียรติ”)

 

โพสต์ผู้กำกับ (Director’s Statement)

 

#MONDO #มอนโดรักโพสต์ลบลืม หนังเรื่องใหม่ของ “มะเดี่ยว” เป็นเรื่องของผู้หญิงวัยหมาดเบญจเพสที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างอนาคตทางอาชีพ ความรัก ครอบครัว และมิตรภาพ แน่นอนก็เหมือนเราทุกคนที่ชีวิตมักจะไม่ยอมให้เราได้สมหวังทุกด้าน แต่การเข้ามาของ AI แสนรู้ได้นำเธอไปสู่โลกที่ทุกอย่างเป็นไปได้ มันจะพาเธอไปเจอกับอะไรบ้าง…

มันเป็นหนังโรแมนติกไซไฟพล็อตเรื่องดูสบายๆ และเชื่อมโยงกับทุกคนได้ไม่ยาก มันง่ายที่จะเล่าเรื่องย่อก็จริง แต่พอลงลึกในรายละเอียดแล้วมันจะมีอะไรมากกว่านั้น และกระตุ้นการตริตรองครุ่นคิด

ความยากคือเราต้องผสมหนังสองแนวเข้าด้วยกันคือ “โรแมนติก” กับ “ไซไฟ” ซึ่งก็ไม่ค่อยได้เห็นกันเยอะนัก แต่ไม่ว่าคนดูจะตอบรับยังไง ก็ต้องขอขอบคุณ “สหมงคลฟิล์มฯ” สำหรับความกล้าหาญที่พร้อมจะพาหนังไทยก้าวไปสู่พรมแดนใหม่ๆ และอิสระในการทำงานที่มีให้เสมอมา

ขอต้อนรับสู่ MONDO มอนโด” โลกแห่ง “รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม” 

หวังว่าจะเป็นการเดินทางที่น่าจดจำและสนุกไปกับหนังเรื่องนี้…เช่นเดียวกับเรา