หลังจากชมภาพยนตร์ John Wick: Chapter 4 จอห์น วิค แรงกว่านรก 4 จบเชื่อว่า นอกจากฉากแอ็กชันและงานสร้างซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าทึ่งแล้ว อีกส่วนสำคัญที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้ไม่แพ้กันเลย คือ ตัวละครต่างๆ ในจักรวาลนักฆ่าที่ถูกออกแบบมาได้อย่างมีมิติและมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว โดยเฉพาะ 3 ตัวละครจอมขโมยซีนที่สร้างกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์โลกโซเชียลได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น “อาคิระ” นักฆ่าสาวจากโรงแรมคอนทิเนนทัล สาขาโอซาก้า และนักล่าค่าหัวอย่าง “แทร็กเกอร์” หรือที่เรารู้จักกันในนาม “มิสเตอร์โนบอดี้” ไปจนถึง “สุนัข” เพื่อนซี้สี่ขาจอมโหดคู่ใจที่พร้อมจะกระโดดเข้างับทุกจุดยุทธศาสตร์ของศัตรูเพียงเจ้านายออกคำสั่ง

โดยหนึ่งในตัวละครที่ถูกพูดถึงและได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นอย่างมาก คงหนีไม่พ้นกับตัวละคร “อาคิระ” ลูกสาวของ “โคจิ ชิมาสุ” ผู้จัดการโรงแรมคอนทิเนนทัล สาขาโอซาก้า ที่นำแสดงโดย “รินะ ซาวายามะ” ศิลปินสาวสัญชาติญี่ปุ่นผู้เติบโตและได้สร้างชื่อเสียงในวงการดนตรีและแฟชั่นจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะเริ่มต้นฝากผลงานทางด้านการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง John Wick: Chapter 4 ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

รินะ ซาวายามะ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในจักรวาลนักฆ่าผ่านบทบาทของ “อาคิระ” ครั้งนี้เอาไว้ว่า “ฉันเองยังแปลกใจอยู่เลยที่ได้มาเล่น ฉันเป็นนักดนตรี ฉันทำมิวสิกวิดีโอไว้หลายตัว ฉันชอบแสดงมาตลอด ฉันคิดกับตัวเองว่ามันคงเจ๋งดีถ้าได้ลองเล่นหนังแอ็กชันเต็มตัว ซึ่งจากนั้น แชด สตาเฮลสกี ผู้กำกับภาพยนตร์ก็โทรหาฉัน และบอกว่าฉันต้องฝึกหนักมากถ้าอยากตามคีอานูให้ทัน เขาถามฉันว่า 2-3 เดือนหน้าว่างไหม ไม่น่าเชื่อว่ามันลงล็อกกับตารางงานของฉันพอดี ซึ่ง 2 วันต่อมาหลังจากที่โทรคุยกับแชด ฉันก็บินไปซ้อมที่เบอร์ลิน”

นอกจากนี้เธอยังได้กล่าวถึงการสร้างสรรค์สถานที่สำหรับการถ่ายทำในสวนของโรงแรมคอนทิเนนทัล สาขาโอซาก้า เอาไว้อีกด้วยว่า “นี่เป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของฉัน ฉันพยายามทำการบ้านเป็นอย่างหนักเพื่อหาว่าจุดไหนที่จะทำให้ฉันเข้าถึงตัวบทได้มากที่สุด ฉันซ้อมหนักมาก ทั้งด้านแอ็กชันและทักษะการแสดง แต่เมื่อฉันได้เข้าฉากล็อบบี้โรงแรม ฉันตระหนักได้เลยว่างานฉากนี่แหละที่จะช่วยให้ฉันเข้าถึงตัวละคร งานออกแบบของ John Wick: Chapter 4 มันสุดยอดมาก มันต้องอาศัยงานสร้างระดับนี้เพื่อที่จะพาคุณหลุดเข้าสู่จักรวาลนักฆ่าได้ทันที คุณจะไม่เห็นรอยต่อใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากแสงตระการตาและฉากที่สวยงาม ซึ่งฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มีส่วนกับฉากนี้”

และแน่นอนว่า อีกสองตัวละครโดดเด่นที่โดนใจคนดูและเป็นที่พูดถึงอย่างมากนั่นคือ “แทร็กเกอร์” หรือ “มิสเตอร์โนบอดี้” ตัวละครที่เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของเรื่อง แพ็คคู่มากับ สุนัข เพื่อนนักล่าผู้ภักดี โดยมีทีเด็ดคือคำสั่งจู่โจมจุดยุทธศาสตร์ศัตรูที่จะทำให้ผู้ชายทุกคนต้องหนาว จนทำให้ผู้ชมพูดกันถึงในโลกโซเชียลกันอย่างล้นหลาม

“ชาเมียร์ แอนเดอร์สัน” นักแสดงผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดบทบาทของ “แทร็กเกอร์” ที่ทั้งชีวิตของเขาเดิมพันด้วยการล่าค่าหัวของนักฆ่าด้วยกัน ได้กล่าวถึงคาแร็กเตอร์ที่เขาเข้ามารับบทในครั้งนี้เอาไว้ว่า แทร็กเกอร์เหมือนอยู่ในโลกของเขาเอง เขาไม่สนใจว่าตัวละครอื่นจะทำอะไร หรือมันเกิดอะไรขึ้นในโลกใต้ดิน เขามีภารกิจส่วนตัวซึ่งมันเกี่ยวข้องกับตัวจอห์น วิค โดยตรง เขาเป็นนักแกะรอยมืออาชีพ ผมลองออกแบบปูมหลังให้ตัวละครนี้ โดยปรึกษากับแชดว่า ถ้าเขาแกะรอยจอห์นมาตั้งแต่หนังภาคแรกแล้วล่ะถ้าเขาศึกษาจอห์น วิคเหมือนกับดูสารคดี นี่แหละคือแทร็กเกอร์สไตล์ผม เขาเป็นหมาป่าเดียวดาย เป้าหมายเดียวของเขาคือจอห์น วิค” ชาเมียร์ ยังเสริมอีกว่า “ตัวละครนี้ได้อิทธิพลจากหนังคาวบอยมาเต็มๆ ที่เห็นได้ชัดคือเขายังใช้ปืนลูกโม่โบราณอยู่เลย มันช่วยเพิ่มแง่มุมที่น่าสนใจให้กับตัวละครนี้ เขามีความเป็นโอลด์สคูล ตั้งแต่สมุดโน้ตปืนของเขาหมาคู่ใจ ไปจนถึงเสื้อผ้าที่เขาใส่”

นอกจากนี้เขายังได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวก่อนเข้ารับบทของแทร็กเกอร์ โดยเฉพาะการสร้างความคุ้นเคยกับสุนัขที่จะมาเข้าร่วมฉากการถ่ายทำ “ผมต้องทำความเข้าใจธรรมชาติของสุนัขก่อน ที่สำคัญเลยต้องสร้างความคุ้นเคยกับพวกมัน แทร็กเกอร์เป็นคนรักหมา แน่นอนว่าเขากับสัตว์เลี้ยงคู่ใจอยู่ด้วยกันมานาน ผมใช้เวลากับพวกมันเยอะแบบนับชั่วโมงไม่ได้เลย นี่เป็นการทำงานกับสัตว์ยาวนานที่สุดในอาชีพของผม ซึ่งมันเปิดโลกของผมจริงๆ หลังจากนี้ผมคงต้องหาหมามาเลี้ยงซักตัว”

แชด สตาเฮลสกี ผู้กำกับได้ให้สัมภาษณ์ถึงการใช้สุนัขในการถ่ายทำ John Wick: Chapter 4 เอาไว้ว่า “ตามบท สุนัขในเรื่องนี้เป็นตัวเมีย แต่เราใช้สุนัขถึง 5 ตัวเพื่อถ่ายทอดบทนี้เพียงบทเดียว ตัวผู้ 3 ตัว ตัวเมีย 2 ตัว แต่ละตัวถูกฝึกมาโดยมุ่งเน้นไปแต่ละด้านแตกต่างกันไป อย่างเช่น ตัวนี้เพื่อเล่นฉากแอ็กชัน หรือตัวนี้เพื่อแสดงความน่ารัก เราเรียนรู้จากภาคที่แล้ว เราจึงให้สุนัขทำความคุ้นชินกับทีมสตันต์และนักแสดงล่วงหน้าถึง 5 เดือน เราทำเหมือนกับมันเป็นเพื่อน ถ้าอยากให้มันขี้เล่น รู้สึกวางใจ แสดงอย่างมั่นใจ เราก็ต้องใช้เวลาร่วมกัน”

ร่วมพิสูจน์ว่าทำไมพวกเขาทั้งสามถึงกลายเป็นตัวละครที่ใครดูแล้วต่างพูดถึง และยิ่งเพิ่มดีกรีความมันส์ในจักรวาลนักฆ่าครั้งนี้ให้สมบูรณ์แบบ มุ่งหน้าเหยียบสภาสูง ตัดสินจุดจบหรือจุดเปลี่ยน John Wick: Chapter 4 จอห์น วิค แรงกว่านรก 4 ได้แล้ว วันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ