เปิดชีวิตแม่ค้าหญิงแกร่งแห่งยุค “พี่ญา คนรุม” นักสู้แดนใต้ขวัญใจพ่อค้าแม่ขายทั่วประเทศ กลายเป็นไอดอลคนสู้ชีวิต จากอาชีพคนรับใช้ จบการศึกษาแค่ป. 6 สู่อาณาจักรสินค้า 30 ล้านบาท ชีวิตนี้ไม่มีเวลาท้อแท้แม้โดนโกง โดนดูถูกสารพัด ทำไมถึงรู้สึกดีที่เกิดมาเป็นคนจน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

 เป็นไอดอลแม่ค้าและคนจน พี่ญาเป็นใครมาจากไหน?

“พี่ญาเป็นคนพัทลุง แล้วไม่ได้จนธรรมดา จนแบบจนที่สุดในหมู่บ้าน โคตรจน คือไม่มีข้าวกิน ไม่มีแม้กระทั่งข้าวที่จะกิน ได้เรียนจบแค่ป.6 พี่น้องมีทั้งหมด 4 คน พี่ญาเป็นคนที่สาม ถามว่าเรียนเก่งมั้ย พี่ญาเรียนเก่ง แต่เรายากจน ใน 4 คนต้องได้เรียนแค่ 2 คน พี่ญาต้องเสียสละ”

 ต้องเลือกหัวกะทิจริงๆ ให้ได้เรียน?

“ใช่ พี่สาวสอบได้ที่หนึ่งตลอด พี่ญาหนึ่งบ้าง สองบ้าง แปดบ้าง ก็เลยต้องเสียสละไปทำงานหาเงินให้คนอื่นได้เรียน”

 พ่อแม่แยกทางกัน เริ่มต้นอาชีพแรกคืออะไร?

“เป็นคนใช้ อายุประมาณ 12-13 ได้รับปริญญาบัตรตอนป. 6 พรุ่งนี้ก็เก็บเสื้อผ้าไปเป็นคนใช้เลย น่าจะจังหวัดสงขลา เป็นคนใช้อยู่ 2-3 ปี”

 เรามีคติประจำใจ?

“ในเมื่อชีวิตเกิดมาจน ก็อย่าไปโฟกัสที่ความจน โฟกัสที่วันนี้คุณเป็นอะไร เป็นคนไข้ก็ต้องเป็นให้ดีที่สุด เจ้านายให้ทำอะไร ตื่นตีห้าซักผ้ากวาดบ้านล้างห้องน้ำ ทำกับข้าวต้องเสร็จก่อน 8 โมง ก็ต้องทำให้ได้ พี่ญาก็โฟกัสตรงนั้นว่าฉันต้องทำให้ดีที่สุด พี่ญาคิดเอง พี่ญาคิดว่าพี่ญาเป็นคนทำงานทุกอย่างด้วยความรัก ทำด้วยความตั้งใจ ถ้าเราทำด้วยความรักเราจะมีความสุขในทุกๆ วัน ไม่ว่าเรามีอาชีพไหน เราก็จะทำมันด้วยความสุข ด้วยอารมณ์ดีทั้งวัน และประสบความสำเร็จทุกๆ อาชีพที่ได้รับมอบหมายมา”

แม่ไม่เคยชม?

“คนสมัยก่อนเขาคิดว่าคนเรียนดีจะนำพาชีวิตครอบครัวไปได้ พี่ญาก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ก็น้อยใจลึกๆ ว่าทำไมแม่ให้ความสำคัญเราน้อยกว่าพี่สาว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเยอะ คิดแค่ตอนนั้นแล้วก็เลิก โฟกัสแค่หน้าที่ตัวเอง ทุกวันนี้แม่ก็เห็นแล้วว่าแม้พี่ญาเรียนไม่เก่งเท่าพี่สาว แต่พี่ญาก็รับผิดชอบครอบครัว แม้กระทั่งเลี้ยงดูพี่สาวอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นตัวพี่ญาเอง”

 ระหว่างมีอาชีพเป็นคนใช้ สุดท้ายก็จบอาชีพนั้น?

“ชีวิตพี่ญาสมัยเด็กต้องฟังแม่อย่างเดียว แม่ให้ไปอยู่จุดไหนเราก็ไป เป็นคนใช้ได้ 3 ปีอายุครบ 15 แม่ก็บอกว่าให้ไปอยู่กับน้าที่กรุงเทพฯ เพื่อช่วยน้าขายผลไม้ ถามว่าชอบมั้ยก็ไม่ชอบ แต่ขัดใจมั้ยก็ไม่ขัดใจเก็บเสื้อผ้าห้าชิ้นใส่กระเป๋า นั่งรถไฟมากับน้า ชั้นสาม เวลาง่วงเอากระดาษหนังสือพิมพ์ปูตรงก๊อกล้างหน้า พอตีสี่เขามาล้างหน้า เราก็เก็บกระดาษหนังสือพิมพ์ไปทิ้ง ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าดี มันก็ได้นอน ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ก็ได้หลับ ก็รู้สึกดีอีกแหละ พออยู่กับน้า ขายผลไม้ก็ไม่ชอบ”

พูดเก่งแต่เด็ก?

“ไม่ได้พูดเก่ง เพิ่งมาพูดเก่งตอนขายผลไม้ เป็นคนขี้อาย เวลาขายผลไม้ร้องไห้ เขาบังคับให้ร้องขาย เขาบอกถ้าไม่ร้องขายมึงเก็บเสื้อผ้ากลับบ้านไปเลยนะ เราคิดว่าถ้ากลับบ้านจะมีเงินส่งแม่เหรอ ก็เลยต้องร้อง ตะโกนว่า 5 บาท น้ำตาก็หล่นบนกองฝรั่ง 5 บาท เป็นคนไม่ชอบร้องขาย แต่พอร้องว่า 5 บาท คนก็มาซื้อ ก็รู้สึกดีนะ ดีว่ะ ร้องขาย พออยู่กับน้าได้สักปี รู้สึกสนุก เพลิน ชอบ ก็คิดว่าชีวิตนี้น่าจะต้องเป็นแม่ค้าตลอดชีวิต”

 ขายหมดมั้ย?

“พี่ญาขายหมดไม่เคยเหลือ ตั้งแต่วันนั้นก็ชอบชีวิตแม่ค้ามาตลอด จากนั้นเขาก็ไม่ต้องบังคับเลย บางทีก็บอกว่ามึงหยุดร้องบ้างก็ได้นะ กูรำคาญ (หัวเราะ) ก็กลายเป็นว่าเราชอบขายของ เพราะเราทำด้วยความตั้งใจ ทำด้วยความรัก มีแร 100ทำ120”

 อายุ 18 รู้เลยว่านี่คืออาชีพที่เรายึดมัน?

“ใช่ ถึงแม้ไม่มีทุน แต่คิดว่าอาชีพแม่ค้านี่แหละจะทำให้ฉันรวยได้ ประสบการณ์ขายมี แต่ประสบการณ์ซื้อไม่มี เพราะปกติ น้าเป็นคนซื้อของ เราขาย สุดท้ายโดนหลอก ข้างบนสวย ข้างล่างเน่า”

 ทำกับน้าสามปี เปิดร้านเอง เพราะคิดว่าเราขายเก่งแล้ว น้าไม่ได้บอกเราเหรอ?

“ไม่ๆ เราไม่ได้มีประสบการณ์ มีความรู้ด้านขาย แต่ไม่มีความรู้ด้านซื้อ ก็เลยเจ๊ง ที่เหลือก็ต้องทิ้ง”

 ขายเก่งไม่ได้บอกว่าจะรวย?

“ขายเก่งก็เจ๊งได้ ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์ซื้อของเข้าร้าน หลังจากเจ๊งก็หัดซื้อ หัดลอง แต่คำว่าลองก็ต้องใช้เงิน ต้องเริ่มหาใหม่ ทำทุนใหม่ สะสมใหม่ ก็รู้สึกว่ามันยาก ก็เลยไปเป็นสาวโรงงาน”

 รอบนั้นหมดตัว?

“หมดเลย ไม่มีอะไรเหลือ เราโดนซ้ำๆ ความเชื่อใจของพี่ญามันเยอะ แต่แม่ค้าเขาไม่ได้ซื่อสัตย์กับเราทุกคน บางคนรู้หน้าไม่รู้ใจ บอกว่าดี แต่เปิดมาแล้วไม่ดี ถึงบ้านก็ต้องทิ้ง”

 เป็นหนี้มั้ย?

“เป็นหนี้หลักแสน สำหรับคนจนหนี้หลักแสนถือว่าเยอะ พี่ญาก็พยายามเก็บหอมรอมริบไปเรื่อย ท้อมั้ยก็โฟกัสวันต่อวัน วันนี้เป็นหนี้ พรุ่งนี้ได้มาก็ใช้ โฟกัสสิ่งที่เราเป็น อย่ามองสิ่งที่ผ่านมา โฟกัสแต่ละวัน แก้ไขทีละเปลาะ เป็นหนี้แล้วก็ไปทำงานหาเงินมาทำทุนก่อนนะ หนี้เอาไว้ก่อน ฉันมีเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันเอาไปใช้ ค้าขายเป็นอาชีพไม่แน่ไม่นอน”

 พี่ไปสมัครเป็นสาวโรงงาน เงินพอเหรอ?

“เราต้องไปหาเงินมาทำทุน ถ้ายืมเงินเขา เขาก็ไม่ให้ สองต้องไปสมัครงาน เพื่อเอาเงินเดือนมาทำธุรกิจเล็กๆ ตอนนั้นไปสมัครโรงงานเย็บผ้า แผนกตัดขี้ด้าย ทำยังไงก็ได้ให้มีงานทำทุกวัน แต่ตัดขี้ด้ายได้เงินน้อย บางวันก็มีงาน บางวันก็ไม่มีงาน เราเล็งแล้วว่าคนเย็บจักรได้เงินดี ทำเหมาได้ ก็คิดว่าต้องถีบตัวเองเป็นคนเย็บให้ได้ เราเลยไปถีบจักรตอนพักเที่ยง เขาพักเราหัดเหยียบ เพื่อไปขอหัวหน้าขอเลื่อนเป็นคนเย็บจักรได้มั้ย จนหัวหน้าบอกว่าตอนเธอมาสมัครเธอเย็บไม่เป็นนี่ ไหนลองเย็บให้ดูสิ พี่ญาก็ทำให้ดู เขาก็โอเค บังคับจักรได้ เลื่อนทันที”

 เขาเห็นความตั้งใจ ชีวิตคือพุ่งเป้าไปข้างหน้าเท่านั้น?

“เราอย่าโฟกัสอะไรที่ผ่านมาแล้ว โฟกัสข้างหน้าอย่างเดียวเลย”

พอไปได้สวยกับการเย็บผ้า?

“ก็มาเจอแฟนในโรงงาน เป็นพนักงานขับรถส่งขนมปัง พี่ญาไม่เลือกผู้ชายที่เรารัก คนไหนซัปพอร์ตจิตใจเราได้ ดีกับเรา เราเลือกคนนั้น ตอนเป็นสาวโรงงานหน้าตาดี คมขำเด็กใต้ แต่ไม่เลือกคนที่เรารัก เลือกคนที่รักเรา พอเราเลือกเขารักเรา เขาซัปพอร์ตเราทุกอย่าง เรามองแล้วคนนี้แหละที่จะดูแลเราได้ เราก็ตัดสินใจบอกแม่ว่าคนนี้นะ แม่บอกเอาเลย แล้วแต่ ที่คิดว่าดี แม่ไม่ได้เรียกร้องอะไร ตอนนั้นมีเงิน 1 หมื่นบาท เรียกพ่อแม่เขามา นั่งผูกข้อมือกัน การแต่งงานเราคือเอาสายสิญจน์มามัดกันคนสองคน พ่อแม่ผูกให้แค่นั้นจบ”

เราก็เป็นคนจ๊นจน แต่สามีเป็นไง?

“จนกว่า พี่ญาจนแต่มีบ้าน มีที่ดินที่ปักษ์ใต้ แต่เขาไม่มีบ้าน เช่าบ้านอยู่ หลังนึงเช่าอยู่ 20 กว่าคน จนมาก จนแบบหาเช้ากินค่ำ แต่ทำไมพี่ญาเลือก ถ้าเราจนเราต้องเลือกคนจนกว่า เขาจะได้อดทนเหมือนเรา ถ้าเขาจนกว่าเราเขาจะไม่ดูถูกเรา เราพูดอะไรเขาก็จะฟัง  ทุกวันนี้ก็ยังอยู่กันนะ 25 ปีแล้ว เป็นรักแท้ที่กัดก้อนเกลือกินมาทุกวันนี้ ถึงรวยก็ยังเป็นอะไรที่เหมือนเดิม ยังรู้สึกว่าคนๆ นี้แหละ ฉันเลือกถูกแล้ว ฉันคิดไม่ผิด”

 เราเลือกกันสองคน แต่ไปไหนคนไม่คบเราเลย?

“เราลำบากมาด้วยกันสองคน อดมาด้วยกัน เก็บขยะมาด้วยกัน ขายอะไรก็ขายมาด้วยกัน ผ่านด้วยกันทุกมรสุมชีวิต เวลามีอะไรต้องมีเขาอยู่ข้างๆ หันไปเมื่อไหร่ก็เจอ ยามตื่น ยามกิน ยามร้อง ยามหัวเราะ ต้องมีเขาตลอดเวลา คู่ทุกข์คู่ยาก คนไม่คบเราเพราะเราจน เวลาเราไปสมัครงาน แม้แต่ญาติก็ไม่รับ”

ทำให้พี่ญาสะเทือนใจ?

“แฟนพี่ญาหนัก 130 กก. เขาเป็นคนขับรถส่งขนมปัง ทุกเส้นทางในกรุงเทพฯ เขารู้หมด ปริมณฑลเขารู้หมด แต่เราไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ฟัง เราไปสมัครงานส่งของ เขาบอกไม่รับหรอก น้ำหนัก 130 จะขนของไหวเหรอ เดินขึ้นบันไดไหวเหรอ ญาติเขานะไม่ใช่ญาติพี่ญา เราก็เลยเดินออกมาด้วยความผิดหวัง แต่วันนี้เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ออกจากโรงงานมาช่วยกันค้าขาย มีจนถึงทุกวันนี้”

 ลึกๆ แล้วแอบคิดว่าเขากลัวเราไปยืมเงิน?

“ใช่ เขาคิดว่าเราเข้าไปจะยืมเงินแน่นอน เพราะเราจน อันนี้เราคิดเอง เขาไม่ได้พูด เขามองคนแค่ภายนอก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรนะ”

 เคยน้อยใจโชคชะตาชีวิตมั้ย?

“ไม่เคย ชีวิตเกิดมาจน ก็คิดว่าจนดีแล้ว เพราะทำให้ตัวเองเข้มแข็ง เราผ่านทุกอย่างได้ บางคนเขาไม่เข้มแข็ง บางคนเกิดมาจนก็โทษความจน โทษพ่อแม่ ทำไมพ่อแม่ไม่รวยเหมือนคนอื่น แต่พี่ญาขอบคุณพ่อกับแม่ที่เกิดมาจน ขอบคุณพ่อกับแม่ที่เลิกกันในวันนั้น ถ้าเขาไม่เลิกกันพี่ญาคงเป็นเด็กเอาแต่ใจคงไม่รับผิดชอบ แต่พอพ่อแม่เลิกกันก็ไม่ได้โทษเขานะ คิดว่าดีแล้วที่เขาเลิกกัน ทำให้เราเป็นคนมีความอดทนคูณร้อย”

ทัศนคติพี่ญาดีมาก คิดมุมบวกทั้งหมด พอออกจากโรงงานก็คิดว่าจะเริ่มทำธุรกิจ ทำอะไรเป็นอย่างแรก?

“ก็ขายผลไม้นั่นแหละ แต่ก็ล้มลุกคลุกคลาน ขาดทุนบ้างอะไรบ้าง แต่สุดท้ายมีจุดพีค ไปขายปลาทอด ทำให้ชีวิตพี่ญาเปลี่ยน ไปขายผลไม้ข้างร้านปลาทอด แล้วเขาบอกว่าเลิกขายเถอะผลไม้ มาขายปลาทอดเหมือนหนูเถอะ เพราะหนูได้กำไรเดือนหลายบาท มีเงินเก็บเป็นแสนๆ ขายได้แม้กระทั่งเกล็ดปลา ขี้ปลา”

 คนอย่างพี่ญาก็เลยปิ๊งไอเดีย?

“พี่ญาก็เลยขายเลย เขาก็สอนพี่ญาทุกวิถีทาง เขาเห็นเราตลอดตอนขายผลไม้ อันไหนขายไม่ได้เราโยนทิ้ง เขาคิดว่ายายคนนี้มันซื่อสัตย์ น่าจะเป็นเพื่อนที่ดีกับเขาได้ เขาเลยให้อาชีพที่ทำแล้วรวย เขาพาไปซื้อปลาพาไปทำอะไรหมดทุกอย่าง”

พี่ญาพัฒนาสินค้ามาเรื่อยๆ?

“พี่ญาไม่ได้หยุดแค่ปลา อะไรทอดได้พี่ญาทอดหมด”

 แต่ที่ทำให้คนรุมจริงๆ คือ?

“หมูกระจกทอด ทำให้พี่ญาดังสุด มันไม่ได้ทอดยาก ถ้าเราเข้าใจงาน ชีวิตพี่ญาไม่เคยมองอะไรยาก พี่ญามองงานเป็นโจทย์ ถ้าวันนี้ผ่านไปได้ แสดงว่าฉันเก่งไปแล้วหนึ่งอย่าง”

 วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวานเสมอ?

“ใช่”

 คนอื่นก็ขายหมูทอด ทำไมเขาต้องมากินของพี่?

“พี่ญาขายถูกและดี พีคสุดแค่หมูทอด ทอดวันเป็นตัน 4-5 กระทะ บางทีก็ 8 กระทะ พี่ญาเคยทอดมาแล้วคนเดียว 10 กระทะ อันนั้นขายที่ตลาดดินแดงประชาสงเคราะห์ซอย 9”

 หมูกระจกว่าดังแล้ว คนรอคิวเยอะมาก มาเป็นน้ำพริกได้ไง?

“พี่ญาเป็นคนชอบทำ ชอบคิด ชีวิตไม่เคยหยุดคิดทำเลย สมมติวันนี้มีหมูกระจกนิดๆ หน่อยๆ ทำไง ถ้าเราอุ่นซ้ำ พรุ่งนี้ไม่น่ากินแล้ว มันจะดำ หนังไก่ทอด ถ้าเหลือนิดๆ หน่อยๆ เหลือถาดนึงถ้าทอดซ้ำคือของเก่า แต่ถ้าเราแปรรูปเป็นน้ำพริกมันก็คือของใหม่ที่ดูหน้าตาดี ทำไมน่ากินจัง เพราะหมูกระจกมันอร่อย ถ้าเอามาทำน้ำพริกยิ่งอร่อยคูณสองคูณสาม แล้วมีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้องมีความอดทน รอตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นบางทีก็ไม่ได้ รถติดทีสิบกิโลสำหรับโรงงานเรา”

ยอดขายหลักหมื่นกระปุก?

“วันอาทิตย์ที่ผ่านมาพีคสุด หมดโกดังไม่เหลือแม้แต่กระปุกเดียว บางคนขับรถมาจากพัทยา เชียงใหม่ ขอนแก่น หมด ไม่ได้ซื้อ เพราะน้ำพริกเราผลิตใหม่ๆ ทุกวัน ยอดขายเราถล่มทลายมาก อาทิตย์ที่ผ่านมา หลักล้านในวันเดียว”

 ไม่มีขายออนไลน์ เงินที่พูดคือซื้อหน้าร้าน?

“คนกินต้องขับรถไปเท่านั้น โกดังอยู่คลองสาม คลองหลวง ปทุมธานี”

อาณาจักรใหม่ ลงทุนไป 30 ล้าน พี่ญาเก็บเงินสดๆ ซื้อที่นี่เหรอ?

“พี่ญาชีวิตเคยจน พอเริ่มค้าขายก็เก็บเงินตั้งแต่ค้าขายเลย พี่ญาเก็บเงินตั้งแต่เริ่มลืมตาอ้าปากได้ ใช้ชีวิตปกติธรรมดาตลอด ได้แค่ไหนก็ไม่ใช้ฟุ่มเฟือย”

ชื่อพี่ญาคนรุมมาจากไหน?

“เอิร์ธสดชื่นตั้งให้ เขาเปลี่ยนเป็นพี่ญาคนรุม”

คนอยากกินน้ำพริก ต้องขับรถไปอาณาจักรพี่เหรอ?

“ใช่ แต่คนมาแล้วไม่ได้กิน พี่ญาเสียใจอย่างหนัก อยากขอโทษคนที่มาแล้วไม่ได้กิน”

อยากรวยต้องทำไง?

“เราต้องซื่อสัตย์ จริงใจกับลูกค้า เราทำทุกอย่างด้วยความรัก แล้วเราจะมีความสุขทุกวัน อย่างเราขายอย่างนี้เราก็รักมัน ใส่ใจกับมัน น้ำพริกที่อยู่ที่โรงงาน พี่ญากินตลอดเวลา เราได้รับโอกาสอะไรก็ทำให้เต็มที่ มีแรง 100 ทำ 120 ชีวิตแม่ค้ามันง่าย อย่าท้อ แค่ซื่อสัตย์กับมัน รักมัน ทำมันด้วยความจริงใจ ทำด้วยความสุข แค่นี้คุณก็สุขทุกวัน แล้วเงินอย่าไปโฟกัสมันมาก เดี๋ยวมันมาเอง อย่าไปเครียดว่าฉันต้องได้กำไรเท่านั้นเท่านี้ โฟกัสแค่ว่าฉันจะทำมันด้วยความรัก ด้วยความซื่อสัตย์ ลูกค้าเขาเห็นเราครั้งแรก ครั้งต่อไปก็ต้องมา เพราะเขาเห็นว่าเราจริงใจ”

 ให้กำลังใจคนห่อเหี่ยว หดหู่?

“ให้กำลังใจโดยเฉพาะคนจนๆ อย่าท้อ อย่ารู้สึกหวั่นไหวกับอะไรที่เข้ามาในชีวิต ขอให้ยิ้มสู้กับมัน มันจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่มือเรา จะได้หรือไม่ได้อยู่ที่ตัวเรา โฟกัสที่ตัวเราเยอะๆ ต่อให้คนทั้งโลกให้กำลังใจเรา ก็ไม่มีใครให้กำลังใจได้เท่าตัวเราเอง ทุกคนต้องสู้อยู่แล้วเกิดมา แค่คุณมีลมหายใจ แสดงว่าคุณโชคดีแล้ว”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ https://youtu.be/yadj-IENTLg