ในวันที่ “ผู้ใช้กฎหมาย” มองหาช่องโหว่ เพื่อใช้ “กฎหมาย” ช่วยคนผิด

            “วัฒนธรรมลอยนวล” ถูกทำให้กลายเป็นเรื่อง “ธรรมดา” ของสังคม

          เมื่อ “ความยุติธรรม” ไม่ได้หมายถึง “ความเท่าเทียม”  

            ภาพยนตร์ดราม่าทริลเลอร์ “คืนยุติ-ธรรม” ของ “เอ็ม พิคเจอร์ส” เข้าฉายอย่างถูกที่ถูกเวลาเข้ากับคดีดังที่ตกเป็นข่าวฮือฮา จนคนในสังคมไม่ขออยู่นิ่งเฉยร่วมกันมาตั้งคำถามกับกระบวนการยุติธรรมในบ้านเรา จึงไม่ต้องแปลกใจที่ “คืนยุติธรรม” เรียกความสนใจจากกลุ่มนักวิจารณ์ภาพยนตร์เป็นอย่างดี เพราะเนื้อหาของหนังถามสิ่งที่คาใจผู้ชมและกระทำแทนในสิ่งที่พวกเขาได้แต่คิด

ก๊อต เผยว่า “หนังทำนองนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย เป็นการหยิบยกสถานการณ์ที่เป็นด้านมืดของสังคมมาเล่า คนเราอย่าเห็นแต่มุมของตัวเอง เวลามองอะไรต้องมองให้รอบ เพื่อดึงสติก่อนที่จะทำอะไร จะเห็นว่าสุดท้ายแล้วการตัดสินใจของตัวละคร “มานพ” ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด แต่มันทำไปด้วยความอาฆาต ซึ่งการทำอะไรด้วยความอาฆาตไม่ได้ทำให้เขาคลายปม แต่กลับทำให้ปมหนาขึ้น  หลายคนบอกผมว่านักวิจารณ์ส่วนใหญ่ชื่นชอบการแสดงของผม ในฐานะที่ผมทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังและในฐานะคนทำงานศิลป์ ผมต้องวางเฉยกับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ไม่งั้นเราจะอยู่ในกรอบของพวกเขา งานการแสดงเหมือนงานอาร์ตที่ไม่มีมาตรฐานชัดเจนมาวัดเหมือนกรอบประตู ทุกอย่างต้องเป๊ะไม่งั้นใช้งานไม่ได้ เราไม่มีทางรู้ว่าความคิดและความรู้ที่เรามาใช้สร้างตัวละครจะถูกใจและถูกรสนิยมผู้ชมไหม เหมือนถ้าคุณชอบภาพสีพาสเทล คุณก็คงไม่ชอบภาพวาดที่เน้นโทนสีร้อนแรง เป็นต้น”

 

           

   “แต่ผมก็ยังเป็นเหมือนมนุษย์ปกติ พอมีคนชมผมก็แฮปปี้  เอาตรง ๆ วันที่หนังฉาย ผมเห็นข้อติในการแสดงของผมเต็มไปหมด ผมแสดงเรื่องนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แน่นอนว่าความรู้ของเราเปลี่ยน ความคิดวิเคราะห์การทำงานเราก็เปลี่ยน ผมเชื่อว่าหากมองย้อนกลับไปไม่มีใครพอใจผลงานของตัวเอง 100% หรอก เราแค่ยอมรับความจริงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดีทั้งหมด เพราะสอนให้เราได้เห็นทั้งข้อดีและข้อเสียของตัวเอง และเราก็นำสิ่งที่เราได้เรียนรู้ว่าพัฒนาผลงานตัวเองต่อไปครับ” ก๊อต กล่าว

ร่วมพิสูจน์ฝีไม้ลายมือของหนุ่มก๊อตได้ใน “คืนยุติธรรม” วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ