เปิดใจครั้งแรก อิ๋งอิ๋ง สิทธิณี พิธีกรชื่อดังยุค90 ที่วันนี้จะมาเคลียร์ทุกประเด็นดราม่า ทั้งโดนอดีตสามีสวมเขา หนีออกจากบ้านไปอยู่กับหมอนวด เรื่องพฤติกรรมชายรักชาย เบี่ยงเบนทางเพศ ขอมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เป็นเหตุให้แยกห้องนอนยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมอัปเดตอาการป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้าย ทำคีโมยาวนานกว่า 24 ครั้ง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องวัน 31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และบูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

พี่อิ๋งอิ๋งเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย?

อิ๋งอิ๋ง : ใช่ค่ะ ก่อนอื่นต้องขอโทษทำให้ทุกคนตกใจ จริงๆ พี่อิ๋งแค่ต้องการเขียนบันทึกส่วนตัว เป็นบันทึกสุดท้ายของชีวิต ไม่คิดว่าเป็นเรื่องราวใหญ่โต ไม่คิดจะทำร้ายจิตใจของอดีตคนรักขนาดนั้นด้วยไม่คิดว่าทำให้เขาไม่มีที่ในสังคมไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายแล้วรุนแรงเกินกว่าที่เราจะเข้าใจว่ามันไปได้ขนาดนี้ได้ไง

อาการพี่ข้างในเป็นยังไงบ้าง?

อิ๋งอิ๋ง : ไปฟังคุณหมอดูผลเลือดของมะเร็งที่มันขึ้นมาอีกเท่าตัว คุณหมอจะให้เลือด จริงๆ ตั้งใจจะไปอเมริกาสัก 3 อาทิตย์ ตอนนี้หมอสั่งห้ามเดินทางแล้วก็นัดให้เลือด เตรียมผ่าตัด

เขาบอกไหมว่าเราต้องเตรียมตัว ดูแลร่างกายของเรายังไงบ้าง?

อิ๋งอิ๋ง : ให้กินเยอะๆ ทานไข่เยอะๆ แล้วก็ทำใจให้สบาย

ช่วงนี้ทานได้ไหม?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่ได้ แต่ขนาดทานไม่ได้ยังบวมขนาดนี้เลย

เร็วๆ นี้พี่อิ๋งอิ๋งจะไปทำคีโม ซึ่งเป็นครั้งที่24?

อิ๋งอิ๋ง : คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวจะให้ดูว่าจะผ่าตัดเลยไหมหรือยังไง เพราะถ้าทำคีโมอีก มัน 24 ครั้งแล้ว มันก็ยังทรงๆอยากให้ผ่าตัด ก็จะไปคุยกันวันพฤหัสนี้ว่าจะให้คิวผ่าตัดเมื่อไหร่ แต่ต้องให้เลือดก่อน

แสดงว่าใจพี่อยากผ่าตัดแล้ว พี่เบื่อคีโมมากแล้วใช่ไหม?

อิ๋งอิ๋ง : เจ็บมาก เจ็บทั้งตัว เวลาให้คีโมทีนึงมันจะทำลายกล้ามเนื้อ ทำลายเซลล์ดีๆ ทั้งหมด แล้วหลังจากให้คีโมเสร็จก็ต้องฉีดกระตุ้นเม็ดเลือดขาวอีก 7 เข็ม วันละเข็ม ซึ่งมันจะปวดตั้งแต่ท้ายทอยถึงก้นกบเลย ก็จะนอนเป็นผักไปอีก 15 วัน มันลุกไม่ไหว กรณีที่แพ้ มีผื่นคันขึ้น แล้วก็อาเจียนด้วย

ตอนนอนอยู่บนเตียง 15 วันใครเป็นคนดูแล?

อิ๋งอิ๋ง : เมื่อก่อนพี่ตั้มดูแล ปัจจุบันก็แม่บ้าน น้องสาวจะทำอาหารส่งมาให้ เพราะเราไม่ยอมไปนอนบ้านเขา เราอยากนอนบ้านเรา เราอยากอยู่กับแมว

ทรมานไหม นอนอยู่บนเตียง 15 วัน?

อิ๋งอิ๋ง : ทรมานค่ะ แต่หมอให้กินยาแฃ้วจะหลับทั้งวันเหมือนเจ้าหญิงนิทรา ไม่ให้เราขยับมาก ให้นอนทั้งวันเราก็ชินแล้ว เพราะมันเป็นอย่างนี้มานานแล้ว

ตอนที่พี่ทราบว่าเป็นมะเร็ง ตอนนั้นเกิดเหตุการณ์อะไรทำให้พี่ไปหาหมอ?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่ได้ทราบว่าเป็นมะเร็งมาก่อนเลยค่ะ คือจะเดินทางไปอิหร่าน เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เดือนกุมภาพันธ์นี่แหละ แล้วปวดท้องอย่างหนัก ทนมา 2 วัน หาหมอ หมอบอกว่ามันไม่ใช่ไส้ติ่ง เพราะอยู่คนละข้าง ก็ทนกินยาแก้ปวดมา 2 วัน จนไม่ไหวแล้ว คุณหมอบอกว่าไปเข้าเครื่องสแกนเถอะ เข้าเครื่องสแกนเสร็จปั๊บเขาก็ผ่าตัดเลย บอกว่าตัวเนื้องอกที่งอกออกมามันแตก มันอยู่ที่รังไข่ หลังจากตัดเสร็จแล้วปัจจุบันมันลามมาที่ปอดกับต่อมน้ำเหลือง

มันลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองได้ยังไง?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่ทราบเหมือนกัน มันกระจาย

เห็นว่าครั้งแรกที่รู้ว่าเป็นมะเร็งพี่ปฏิเสธการรักษา?

อิ๋งอิ๋ง : ปฏิเสธการรักษา คุณหมอกุมขมับเลย เป็นคนไข้คนแรกที่เซ็นปฏิเสธการนักษา คือเซ็นขอไม่รักษา ขออยู่เงียบๆ คนเดียว

ทำไมตอนนั้นถึงไม่ยอมรักษา?

อิ๋งอิ๋ง : มันเจ็บ เวลาถูกเจาะหาเส้นเลือดดำแขน 2 ข้างมันจะเป็นอย่างนี้ มันทรมานมาก มันหาเส้นไม่เจอ ตอนแรกคุณหมอจะกรีดหาหลอดเลือดดำที่ต้นคอ แล้วต่อท่อเวลาจะให้เลือดหรืออะไรก็ต้องเปิดจุกตรงนี้ มันสยอง ตัวเองก็รับไม่ได้ ก็เลยยอมให้จิ้มที่แขนแทน ก็มันจะเละทั้งสองข้าง อย่างนี่

แล้วอะไรทำให้พี่เปลี่ยนใจยอมรับการรักษา?

อิ๋งอิ๋ง : พี่ตั้ม อดีตสามีบอกว่าอยู่เป็นเพื่อนเขาเถอะ จะมาก จะน้อย เวลาเหลือแค่ไหนก็จะทำให้ดีที่สุด จะอยู่เป็นเพื่อนจนลมหายใจสุดท้าย

พอเราเริ่มเจ็บมากๆ จากการรักษา มีคิดไหมว่า ถ้ามันทรมานขนาดนี้ฉันไม่มีชีวิตอยู่ก็ได้?

อิ๋งอิ๋ง : ถ้าวันไหนหลับไม่ตื่นจะดีใจมาก คือเราต้องทำแบบนี้ซ้ำๆ จนกว่าค่ามะเร็งจะลง

เห็นว่ามีเหตุการณ์ที่ทรมาณที่สุด คือเอาน้ำออกจากปอด?

อิ๋งอิ๋ง : ปลายปี63 ตอนนั้นนั่งก็ไม่ได้ นอนก็ไม่ได้ ต้องเอน 45 องศาตลอด ซึ่งไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร ต้องกระทั่งหมอไปสแกนดูปอด ปรากฏว่าน้ำอยู่ในปอด 3 ลิตร อยู่ในปอด 2 ข้าง หายใจไม่ได้ ตะแคงก็ไม่ได้ ต้องเอนตัวแล้วเอาหมอนดันเอาไว้

เจ็บไหมพี่?

อิ๋งอิ๋ง : มันเหมือนเอาเข็มมาจิ้มข้างใน เวลาหายใจทีมันจะแปล้บๆ

คุณหมอได้บอกไหมว่าทำไมถึงมีน้ำ?

อิ๋งอิ๋ง : เอ็กซ์เรย์เสร็จ หมอยอกว่าข้างในมีแต่น้ำทั้งหมดเลย

หมอเจาะสดๆ เลย?

อิ๋งอิ๋ง : เจาะสด เกาะมือจิกมืออิ่งอ้อย เขาก็ท่องเจ้าแม่กวนอิม หมอให้ตะแคงหลัง หมอเจาะเข้าไปเลย หมอบอกให้ยาสลบไม่ได้ เพราะเราต้องมีความรู้สึกตลอดเวลา เจาะเสร็จเอาน้ำออกครั้งแรก คิดว่าหมดแล้ว อยู่โรงพยาบาลไปพักนึง น้ำมันมาจากไหนก็มารู้ รอบเราก็ห้อยติดตัวไว้เลยระบายน้ำออก สุดท้ายได้มา 3 ลิตร คุณหมอบอกว่าน่าจะเป็นแอฟเฟ็กต์จากมะเร็ง มะเน็ฃมัทำให้ตัวระบายน้ำได้เหมือนคนปกติ

พี่ต่อสู้กับมันมา 5 ปี เคยมีวันไหนไหมที่ไม่เอาแล้ว?

อิ๋งอิ๋ง : พี่ยังอยากดูแมว ยังอยากดูหน้าพี่ตั้ม อยากดูบ้านสวยๆ อยากดูดอกไม้ พี่ศรัทธาในเรื่องของความดี และเชื่อในเรื่องความรักจะทำให้เราเนี่ยอยู่ได้ เราจะทนได้ทุกอย่างเพื่อความรัก

ตอนนั้นอดีตสามีพี่เขาให้กำลังใจยังไง?

อิ๋งอิ๋ง : ดีมากค่ะ อยู่คอยให้กำลังใจ หมอบอกว่าอดทนนะๆ 

วันนั้นเกิดอะไรขึ้นถึงทราบว่าอดีตสามีนอกใจไปแอบคบกับหมอนวด?

อิ๋งอิ๋ง : 21 ธันวาคม เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวใจเลย เขาเข้ามานั่งกับเราเหมือนดูอาการว่าเช้านี้ทานข้าวหรือย้งโทรศัพท์มันดังขึ้นมา แล้วเขาก็เปิดสปีกเกอร์โฟนไว้ มีเสียงผู้หญิงลอดมาว่าที่รักทานข้าวหรือยัง เท่านั้นแหละบ้านแตกเลย จากคนที่นอนอยู่กับเตียงลุกขึ้นมาได้ มาโวยวาย ร้องห่ม ร้องไห้เหมือนผีบ้า อาละวาด ไล่เขาออกจากบ้านเอาของทุกอย่างของเขาที่อยู่ในบ้านทิ้งหมดเลย ตัดรูปงานแต่งงานที่ไปถ่ายด้วยความตั้งใจทิ้งหมด

ความรู้สึกที่ได้ยินประโยคนั้น?

อิ๋งอิ๋ง : ชีวิตมันไม่เหลืออะไรแล้ว คือเราเองก็เหมือนนับถอยหลังแล้ว เพราะหมอบอกว่าเราจะอยู่ได้อีกไม่กี่วัน แล้วเรามาเจอเหตุการณ์ที่ทำร้ายจิตใจได้ขนาดนี้ ชีวิตมันไม่เหลืออะไรแล้ว

ตอนที่พี่ได้ยินเสียงจากโทรศัพท์พี่ได้ถามเขาไหม?

อิ๋งอิ๋ง : ถามเขาก็สารภาพ พี่ก็ไม่ฟังอะไร ตอนนั้นด้วยอาการที่เรียกว่าเราป่วย เจ็บหนัก แล้วเราก็แบบร่างกายเราอยู่ในภาวะที่รับอะไรได้แล้ว เรามีความรู้สึกว่าเราสูญสิ้นหมดทุกอย่าง เพราะเราศรัทธาในความรัก เชื่อว่าความรักเป็นรักแท้ และเป็นรักที่แบบว่าเราจะอยู่ด้วยกันจนตาย คนอายุครึ่งค่อนคนอย่างพวกพี่มันไม่มีสิทธิที่จะเลือกหรือเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วนะ

พอเรื่องมันแตกเขามีข้ออ้าง ข้อแก้ตัว หรือบ่ายเบี่ยงไหม?

อิ๋งอิ๋ง : เขาทำผิด เขายอมรับ เขาก็รู้ว่าเขาทำลายชีวิตพี่

เขาได้บอกจุดเริ่มต้นไหมว่ายังไง?

อิ๋งอิ๋ง : พี่ไม่ถาม เพราะยิ่งถามยิ่งตอกย้ำให้พี่เจ็บปวด มันไม่มีประโยชน์เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียวว่าชีวิตฉันจะอยู่ยังไง

วันนั้นพี่อิ๋งอิ๋งก็สั่งให้เลือกเลยว่าจะเลือกฉันหรือเลือกคนในสาย?

อิ๋งอิ๋ง : ใช่ๆ เขาเลือกคนในสาย เพราะเขาไม่ให้เบอร์โทรศัพท์พี่โทรไปอาละวาดคนนั้น

วันนั้นเขาเก็บของไปเลยไหม?

อิ๋งอิ๋ง : เขาเก็บของไปเลยวันนั้นเลย แล้วพี่ก็เผาของวันนั้นเลย

แสดงว่าวันนั้นพี่โกรธมาก?

อิ๋งอิ๋ง : เขาเป็นคนที่พี่เชื่อมั่นว่าเขาจะเป็นรักสุดท้าย และรักเดียวที่พี่มีอยู่จนวันตาย

โกรธหรือเจ็บใจมากกว่ากัน?

อิ๋งอิ๋ง : ทั้งโกรธ เสียใจและผิดหวัง

เขาไปพี่อิ๋งอิ๋งก็ยังใจดีให้สมบัติไปด้วย?

อิ๋งอิ๋ง : ของอะไรที่เป็นของเขา มันก็ควรที่จะติดตัวไปด้วย พี่ถือว่าพี่เป็นหัวหน้าครอบครัวตั้งแต่เริ่มแต่งงาน เพราะฉะนั้นอะไรที่ทำให้ครอบครัวมีความสุข อะไรที่ทำให้คนในบ้านอยู่กันอย่างสันติ พี่ว่านั่นคือหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัว แบ่งหน้าที่กันคนนึงออกทำงานนอกบ้าน อีกคนนึงดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน ดูแลแมว ดูแลในส่วนที่ยามพี่เจ็บป่วยพาพี่ไปหาหมอ

ของที่เขาหยิบไปพี่บอกเขาไหมว่าเธอเอาอันนี้ไปได้ หรือ?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่ถาม ไม่สนใจเลย อะไรที่เขาใช้อยู่คือให้หมด เพราะฉะนั้นจะไม่ตามไปดูว่าเขาเอาอะไรหรือไม่เอาอะไรไปบ้าง แต่ของที่เขาไม่เอาไปคือพี่เผาเรียบ ชุดกอล์ฟของเขาร้อยกว่าชุด ของที่เขารักมากจากต่างประเทศพี่เผาไม่เหลือเลย ทุกอย่างทั้งหมดเผาเรียบ

หลังจากที่เหตุการณ์เกิดขึ้น พี่มีโอกาสคุยกับเขาทางไลน์?

อิ๋งอิ๋ง : หลังจากที่เลิกกันไปประมาณเดือนนึง เรามีความรู้สึกว่าเรายังตัดเขาไม่ได้ เขาไลน์มาหาเรา เราก็เลยตอบเขาไปว่า พี่เคยรักหนูไหม เคยมีหนูอยู่ในใจบ้างไหม

ตลอดหนึ่งเดือนที่ไม่เจอกันเขาพยายามติดต่อมาไหม?

อิ๋งอิ๋ง : เขาบอกว่าขอโทษที่ทำให้ครอบครัวแตกสลาย แต่หนู (หมายถึงตัวพี่ทำให้ครอบครัวเละ จริงๆ เรื่องมันเกิดขึ้นมันน่าจะคุยกันในครอบครัวได้ เพราะว่าเป็นอย่างนี้ทุกบ้าน ไม่ใช่เป็นแค่ครอบครัวเรา แต่พี่ยอมไม่ได้ รับไม่ได้เพราะว่าพี่ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้  เขาบอกครอบครัวอื่นเขาโดนหนัก เละกว่านี้ ทำไมเมียเขาไม่เห็นออกมาโพสต์ด่าผัวเลย พี่บอกว่าไม่เหมือนกัน เพราะว่าพี่คือคนไม่มีทางเลือก สุดท้ายคือตัวคนเดียวอยู่แล้ว

ไลน์วันนั้นจบยังไง?

อิ๋งอิ๋ง : พี่ไม่ตอบ เขาพูดว่าเขารักหนูคนเดียว เขายังยืนยันว่าหนูคือที่คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตพี่ แล้วเราก็ไม่ตอบ

แล้วพี่มารู้เมื่อไหร่ว่าจริงๆ เขานอกใจเรามานานมากแล้ว?

อิ๋งอิ๋ง : วันที่ออกไปวันนั้น ถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ทำมานานหรือยัง 

เขาคุยกันมานานแล้ว?

อิ๋งอิ๋ง : นานแล้วค่ะ

พฤติกรรมของเขาก่อนหน้านี้มีทำให้พี่ระแคะระคายเหมือนกัน?

อิ๋งอิ๋ง : ใช่ค่ะ คือบ่ายตื่น บ่าย 3-4 แต่งตัวออกทุกวัน แล้วกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ ออกนอกบ้านไม่รับสายเลย

ปกติกลับบ้านกี่โมง?

อิ๋งอิ๋ง : ปกติจะกลับมาให้ยาพี่ตอน 20:30 ก็ออกไปข้างนอกอีก เขาทำหน้าที่ให้ยาพี่ทานเสร็จแล้วก็ไป เขาบอกว่าไปหาเพื่อน ตอนนั้นเราไม่ได้ระแคะระคายอะไร ไม่สนใจด้วย เพราะว่าพี่เชื่อมั่นว่าความรักที่พี่ให้กับเขาและสิ่งที่อยู่ยืนยาวมาเป็น 15 ปี มันไม่มีแะไรที่วิเศษดีกว่านี้แล้ว เพราะว่าครอบครัวเราอบอุ่น เรามีพร้อมทุกอย่าง พี่ไม่คิดว่าจะมีมือที่สามเข้ามาทำลายครอบครัวพี่ได้

พี่เคยพูดไว้ว่าพี่เป็นคนให้ชีวิตผู้ชายคนนี้?

อิ๋งอิ๋ง : ใช่ค่ะ คือชีวิตของเขาที่ผ่านมา เขาไม่เคยมีความสุข ได้รับความรักหรือความอบอุ่นจากครอบครัวเลย แต่เมื่อมาอยู่กับพี่ พี่มาเติมเต็มในสิ่งที่เขาขาดให้ได้ทุกอย่าง อย่างนึงที่พี่เห็นแล้วสงสารเขามากที่สุดคืออาการเกาะตู้เย็นตอนสมัยที่คุณพ่อเขาแต่งงานใหม่ แล้วอยู่กับบ้านแม่สอง พ่อเขาไปทำงานต่างจังหวัด เด็กๆ เขาไม่ได้ทานอะไรที่เขาอยากทานเลย เพราะว่าแม่เลี้ยงใจร้ายเหมือนในหนัง เอาของดีๆ เก็บไว้ให้ลูกตัวเองกิน แต่ว่าลูกเลี้ยงไม่ให้กิน เขาเป็นโรคติดอย่างนึง พอมาอยู่กับพี่แล้ว ชอบซื้อของมาเก็บในตู้เย็นแล้วกินไม่หมด ให้มันเน่าคาตู้เย็น ออกนอกบ้านทุกวัน ซื้อทุกวัน แล้วเป็นโรคชอบเกาะตู้เย็น มันเป็นโรคติด ขอบซื้อของมาใส่ในตู้เย็น เพราะแม่เลี้ยงไม่ให้เขากินอะไร อยากกินอะไรก็จะไปเกาะตู้เย็นไม่กล้าเปิด ถ้าทานแม่เลี้ยงจะด่าจะว่า นั่นคือวัยเด็กของเขา ที่เขาเผชิญมาตั้งแต่คุณพ่อ คุณแม่เขาเลิกกัน พี่สงสารมาก แล้วคิดว่าเราเป็นทุกอย่างให้เขาได้ เราเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งแม่ เป็นทั้งคนคอยโอบอุ้มให้กำลังใจเขา เขาเองก็เหมือนเป็นโรคที่มีจิตใต้สำนึกแล้วแบบว่าฝังลึกกับอดีต

อีกหนึ่งโพสต์ที่พี่บอกว่าอดีตสามีมีพฤติกรรมผิดปกติเรื่องของอาจจะชายรักชาย จนทำให้พี่แยกห้องนอน?

อิ๋งอิ๋ง : ตอนนั้นแต่งงานใหม่ๆ เขาขอร่วมเพศทางทวารหนัก แล้วพี่ไม่ยอมก็เลยแยกห้องห้องนอน พอแยกเสร็จก็ไม่ได้คุยกัน พอไม่ได้คุยกันมันก็เลยยาวมาถึง 15 ปี เวลาผ่านเลยมาพี่ก็ไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยาเลย ไม่เคยปฏิบัติต่อสามี ไม่เคยดูแลสามี ไม่แปลกหรอกที่เขา พี่ก็ผิดอีกครึ่งนึงเหมือนกันอย่างที่ชัชญ่าบอก ชัชญ่าคือน้องรัก และเป็นคนที่ให้กำลังใจในยามที่ว่าพี่กำลังเศร้า และมืดมน ไม่คิดเหมือนกันว่าชีวิตจะหมดหนทางถึงขนาดที่ว่าไม่รู้จะคุยอะไร กับน้องก็ไม่อยากคุย พี่จะอยู่คนเดียว นอนมองเพดานแล้วร้องไห้

ตอนที่อดีตสามีมาขออะไรแบบนี้ ตอนนั้นพี่เริ่มเอะใจว่าเขาเบี่ยงเบนทางเพศหรือเปล่า?

อิ๋งอิ๋ง : เขาหาว่าพี่คอยจ้องจับผิดเขา เพราะว่าพี่ไม่ลืมอดีตว่าแฟนเก่าเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า 

เขาบอกไหมว่าเขาไม่ใช่?

อิ๋งอิ๋ง : เขาบอกว่าไม่ใช่ เขาไม่ชอบผู้ชาย พี่บอกอะไรก็ได้ที่ทำให้ครอบครัวมีความสุขพี่แบบรับได้

หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้มีพฤติกรรมอะไรให้เราเห็นอีก?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่ค่ะ พี่ไม่จ้องจับผิดคน ไม่ตามจี้ ตามจิก พี่เป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงเหมือนกัน พี่ชอบอยู่ในส่วนที่พี่อยู่แล้วสบายใจ แล้วบางทีก็แอบร้องไห้คนเดียว

พี่บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ครึ่งนึงก็เป็นของพี่?

อิ๋งอิ๋ง : ครึ่งนึงเป็นของพี่ จริงๆ พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าที่ภรรยาคือต้องดูแลสามี ต้องนอนกับสามีด้วย พี่มัวแต่ทำงานแล้วก็ยุ่งอยู่กับงาน อยู่กับตัวเอง สนุกกับการท่องเที่ยว คือลืมเขาไปเลย

พี่คิดอย่างนี้ได้ตอนไหน?

อิ๋งอิ๋ง : ชัชญ่าบอกพี่ พี่คุยกับชัชญ่าแทบทุกวัน คุยกับน้องแตง น้องรักอีกคนที่สุพรรณ เขาบอกพี่ก็ผิดครึ่งนึงนะ พี่คิดดูสิ เหมือนเด็กอยากกินข้าว มาหาแม่หนูหิวข้าว แม่บอกเอาเงินไปซื้อกินแล้วกัน พอวันนึงแม่กลับมาจะทำกับข้าวให้ลูกกิน ลูกบอกว่ากินข้างนอกบ้านอร่อยกว่า มันก็จริงของเขา ถ้าพี่ไม่ละเลยในหน้าที่ภรรยา หันหน้ามาคุยกับเขาสักหน่อย เหตุการณ์มันคงไม่บานปลายถึงขนาดมีมือที่สามเข้ามาวุ่นวายแบบนี้

พอพี่คิดได้แบบนี้ความเกลียดเขามันน้อยลงไหม?

อิ๋งอิ๋ง : จากที่พี่เคยบอกว่าจะไม่อโหสิกรรมให้เขาเนี่ย มันก็เบาบางขึ้น ชัชญ่าบอกว่าพี่อย่าไปผูกเจ็บใจแค้นกับเขาเลยไม่งั้นชาติหน้าเกิดมาพี่ต้องมาเจอปัญหาอย่างนี้อีก ซ้ำไปซ้ำมาทุกชาติ พี่ก็บอกว่าพี่ยอมให้อภัยผู้ชายคนนี้ แต่พี่ก็ไม่ได้บอกเขา จนกระทั่งเมื่อวานนี้เขาไลน์มาว่าขอมาหาได้ไหม พี่บอกได้ ก็เลยนัดคุยกัน เขามารับพี่ออกไปมาขอคุยด้วยเขาก็พาวนไปไหว้พระแก้วมรกตกับศาลหลักเมือง มันก็เป็นอะไรที่เรียกว่าไม่ได้เจอหน้ากันเกือบ 2 เดือน มันก็เหมือนคนแปลกหน้าดีเหมือนกัน

วันวาเลนไทน์อดีตสามีพี่ตัดสินใจไลน์มาหาบอกว่าขอคุยด้วยหน่อย?

อิ๋งอิ๋ง : ค่ะ 

บทสนทนาในรถและที่วัดพระแก้วเป็นยังไง?

อิ๋งอิ๋ง : เหมือนคนที่เพิ่งรู้จักกันมาเจอกันวันแรก พี่บอกไม่ถูกถามว่าตื้นตันไหมก็ตื้นตัว คนที่อยู่ด้วยกันมา 14-15 ปี ไม่ได้เจอกันมา 2 เดือน แล้วกลับมาเจอกัน มันก็ตื่นเต้น มันก็ประหม่าเหมือนกันนะ มีความรู้สึกว่าใจนึงก็ดีใจ อีกใจนึงก็กลัว ไม่รู้ว่าเราจะเจออะไรอีก พี่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 2 เดือนนี้กับ 15 ปีที่อยู่ด้วยกันมามันคงจะบอกอะไรกับเขาได้บ้างแหละว่าความรัก ความศัทธา ความเอื้ออาทรมันคืออะไร ครอบครัวคืออะไร

ในรถเขาพูดกับพี่ว่าอะไร เขาขอความรักใหม่ไหม?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่ค่ะไม่ได้พูดขอความรัก คือพูดง่ายๆ ว่าเขาเสียใจที่ทำให้ครอบครัวพัง พี่ก็ขอโทษเขา ขอโทษที่ทำให้เขาไม่มีที่ยืนในสังคม ทำให้เขาถูกตราหน้าเป็นผู้ชายชั่ว พี่ไม่คิดหรอกว่าเรื่องที่พี่เขียนไว้ เก็บไว้ในบันทึกส่วนตัวมันจะทำให้เขาเดือดร้อนขนาดนี้ มันจะทำให้ใหญ่โต ซึ่งแบบพี่ก็ไม่อยากให้แฟนคลับของพี่เขาจะรักและเมตตาสงสารพี่ขนาดนี้ต้องพอยเกลียดพี่ตั้มไปด้วย

โมเมนต์ที่เขาติดต่อมา ตอนนั้นเรารู้สึกให้อภัยเขาไปแล้ว?

อิ๋งอิ๋ง : คือหลังจากที่พี่คุยกับชัชญา คุยกับน้องแตง พี่ก็รู้ว่าพี่ไม่ได้ถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ พี่ไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยาที่สมควรทำให้กับสามี ผู้ชายมันไม่ได้เหมือนกับผู้หญิง คือผู้หญิงมันไม่ได้คิดถึงเรื่องการจะต้องมีเพศสัมพันธ์ แต่ผู้ชายคงมีจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แล้วพี่ก็ไม่ใช่ครอบครัวแรก ครอบครัวอื่นเขาก็จะเป็นและหนักกว่านี้ แต่เขาไม่พูดกัน เขาอดทน ผู้หญิงเขาอดทนยอมให้ผู้ชายยอมให้เขาทำในสิ่งที่เขาต้องการ แต่พี่ไม่อดทนไงเรื่องก็เลยบานปลายแบบนี้

สุดท้ายแล้วพี่ก็ยังรักอดีตสามีคนนี้อยู่?

อิ๋งอิ๋ง : พี่เชื่อมันในความรัก แล้วพี่ก็เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราต่างชดเชยให้กันและกัน เราจะรู้ว่าเขาต้องการอะไร ชีวิตที่เหลือของพี่ที่ไม่รู้ว่ายาวนานแค่ไหนได้มีเขาดูแลช่วงสุดท้ายคงจะดี

ตอนนี้คืนดีกันหรือยัง?

อิ๋งอิ๋ง : คืนดีค่ะ แต่ยังเรียกว่าถอยกันคนละครึ่ง คือคุยดีกันแล้ว แต่ยังไม่ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม เราขอช่วงเวลาทำใจและให้เขาทำใจด้วย เพราะตอนนี้เขาเองอับอาย ถูกสังคมตราหน้า แม้แต่ไปธนาคารหรือไปซื้อของ ทุกคนมองหน้าเขาหมด แล้วคนที่เคยทัก เคยพูดกับเขาดีๆ ไม่ยกมือไหว้เขา ไม่มองหน้าเขา แค่นี้เขาก็เจ็บปวด การที่เขาถูกสังคมตราหน้าขนาดนี้พี่ว่ามันก็มากพอนะ มากพอสำหรับคนคนนึงซึ่งไม่คิดว่าวันนึงจะเป็นจำเลยของสังคม เดินถนนก็มีคนมองหน้า ไปทำงาน ไปติดต่อเรื่องราชการก็ถูกเขาพูดจาไม่ค่อยดีใน ไม่เหมือนเก่า เราก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้มันจะเกิดขึ้นกับเขา เขาก็คิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่ แล้วคิดว่ามันเขียนอยู่ในบันทึกของพี่ มันจะทำร้ายเขาได้ขนาดนั้น

แอบกลัวไหมว่าวันนึงมันจะกลับไปเหมือนเดิม?

อิ๋งอิ๋ง : คิดว่าคราวนี้คงรอให้พี่ตายก่อนแหละ เขาถึงจะคิดทำอะไรอีก เพราะสิ่งที่มันปรากฏเด่นชัดมาก สังคมก็คอยจับจ้องมองเขา ถ้าเขากลับไปทำอีก พี่ว่าเขาก็จะยิ่งแย่กว่าเก่านะ แล้วสิ่งที่เขากลับมาขอโทษ เพื่อกลับมาดูพี่ยามสุดท้าย เขาบอกว่ามันเป็นอะไรที่แก้ความผิดที่มันอยู่ในจิตใจเขาได้ ไม่งั้นถ้าพี่เป็นอะไรตายไป เขายังไม่ได้ทำอะไรในสิ่งที่เขาอยากทำให้พี่เลย ยังไม่ได้บอกรักพี่เลย

พี่ได้คาดหวังไหมว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก?

อิ๋งอิ๋ง : คงต้องใช้เวลา อย่าว่าแต่เขาเลย ใจพี่เองก็เหมือนกัน ใจพี่แตกสลายมันถูกทำลายไปหมดแล้ว ต้องกลับมาเริ่มต้นนับใหม่ เพื่อให้ชีวิตที่เหลือมันกลับมาสดใสอีกครั้ง แล้วก็จะอยู่ทำให้ครอบครัวมีความสุขยังไง เราไม่มีลูกเรามีแมว 4 ตัว เราจะใช้ชีวิตอยู่ยังไง พี่ไม่ปกติเหมือนกับผู้หญิงทั่วๆ ไป ป่วยขนาดนี้ ต้องให้เลือด ต้องผ่าตัด ก็ต้องประคับประครองชีวิตใหม่หมดเลย

มันก็จะมีบางกลุ่มที่คิดว่าสามีเงินหมดถึงกลับมาหาเรา?

อิ๋งอิ๋ง : เขาไม่หรอกค่ะ เชื่อไหมว่าการกลับมาของเขาครั้งนี้ เมื่อวานไปทานข้าวเขาไม่ยอมให้พี่ออกเงิน เขาบอกว่าเขามาคราวนี้เขามาด้วยใจ มาขอไถ่โทษ มาขอรับผิด มาขอแก้ตัวในส่วนที่เขาเนี่ยทำพลาดไป แต่กลับไม่คิดอย่างนั้นนะพี่เป็นผู้นำครอบครัว ถ้าเขาจะกลับมาก็ต้องให้พี่ดูแลเขาด้วย มันถึงจะถูก เพราะพี่เป็นหัวหน้าครอบครัว การปฏิเสธที่ไม่รับเงินจากพี่ แล้วขายของที่มีทุกอย่างเพื่อมาเอาใจอยู่กับพี่ พี่ว่ามันไม่ใช่ 

ตอนนี้เราเข้าใจปัญหา?

อิ๋งอิ๋ง : เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ให้การดูแล ไม่สนใจเขา เรื่องมันถึงเกิดและบานปลายขนาดนี้

พออดีตสามีกลับมาขอคืนดีน้องสาวว่ายังไงบ้าง?

อิ๋งอิ๋ง : ทุกคนดีใจมาก เพราะเขารู้ว่าพี่แบบวาระสุดท้ายแล้ว อะไรที่ทำให้พี่มีความสุข เขาอยากให้พี่มีความสุข

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์ศุกร์ 13.05-14.05 ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ อิ๋งอิ๋ง สิทธิณี 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ