ครูสอนการแสดงชื่อดัง ครูเงาะ รสสุคนธ์ ควงหวานใจหนุ่ม โจอี้ ราชเทพ เคลียร์ข่าวลือเป็นคู่รักพันล้าน พร้อมเปิดความลับที่อยู่ในใจครูเงาะซึ่งไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน อีกทั้งเจ้าตัวยังเคยโดนเป่าหูจนเกือบเลิกกันมาแล้ว และย้อนเล่าตำนานรักนี้สวรรค์สรรสร้าง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31 ที่มีชมพู่ ก่อนบ่าย และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ข่าวบอกว่าครูเงาะได้สามีรวยเป็นพันล้าน?

ครูเงาะ : พอเราเห็นข่าวเราก็ตลกกันในบ้าน โจอี้เขาส่งมาให้ดู นี่เราไปรวยมาจากไหน เศรษฐีภารตะเหรอ แต่นี่เกิดที่นี่ เป็นเจนเหมือนคนจีนที่มาเกิดที่นี่ แต่นี่เป็นคนอินเดียที่มาเกิดในเมืองไทย ตอนแรกกะจะปล่อยผ่าน แต่เราคิดไปคิดมาว่าถ้าเราปล่อยผ่านคนจะมองยังไง อ่อสุดท้ายก็หาสามีรวยเหรอ ในวันที่เราคบกัน เราไม่รู้เลยว่าโจอี้มีหรือไม่มีอะไร จริงๆ โจอี้ไม่ได้เป็นคนร่ำรวยมาจากตระกูลใดๆ อยากให้ผู้หญิงดู หนูต้องเคารพตัวเอง เราต้องยืนบนขาของตัวเองให้ได้ทั้งคู่ แล้วเรามาอยู่ด้วยกันแล้วไปด้วยกัน

เห็นว่าฝั่งคุณโจอี้พอข่าวออกไปเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องโทรหากันเพียบเลย?

โจอี้ : ทั้งวันเลยครับ โทรมาแสดงความยินดีด้วยที่ประสบความสำเร็จมีเงินเป็นพันล้าน เพื่อนที่หายไป 15 ปี ก็ติดต่อกลับมาว่ารวยขนาดนี้เลยเหรอ ทำอะไรวะ

เราบอกเพื่อนไปยังไง?

โจอี้ : ก็บอกว่าคงจะมีคนเขียนข่าวมั่ว เหมือนได้ยินครูเงาะไปสัมภาษณ์คงคิดว่าเราเป็นเศรษฐีอินเดีย

อยากจะบอกเรื่องนี้กับคนที่เข้าใจผิดอยู่ยังไงบ้าง?

ครูเงาะ : เราสองคนคือคนทำมาหากินที่ต่างก็ทำมาหากิน มีธุรกิจของตัวเอง เราแยกกระเป๋ากัน แต่ว่าไปเที่ยวเขาก็จะออกให้เรา เราต่างคนต่างมีความนับถือตัวเองด้วยกันทั้งคู่ เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นคู่พึ่งพิง แต่เราเป็นคู่พึ่งพา

เวลาซื้อของให้กันมีการงอนกันด้วย?

ครูเงาะ : คือเขางอนเรา คือภาษารัก มี 5 ภาษา ฉันรักเธอ คือภาษาพูด ลองถามตัวเองดูว่าจะรู้สึกถูกรักตอนไหน1.แฟนบอกว่า ฉันรักเธอ จะรู้สึกดี แต่สำหรับครูคือเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเลย ครูเฉยๆ คนแต่ละคนจะมีภาษารักไม่เหมือนกัน คือรู้สึกดี แต่ไม่ได้อิน อันที่ภาษาสัมผัส บางคนไม่ต้องอะไรมาก จับหัวปุ๊บเขารักฉัน ภาษาที่คือการทำอะไรให้ครูชอบอันนี้ เพราะโตมาแบบนี้ เห็นแม่ทำอะไรให้เราก็รู้สึกว่านี่คือภาษารักของบ้านเรา ภาษาที่การให้ของขวัญ ครูเนี่ยผ่านเรื่องนี้ไปได้เลย อันสุดท้ายคือการให้เวลาต่อกัน ครูชอบอันที่กับอันที่ทีนี้วันนึงครูไปเจอกระเป๋าแบรนด์เนมมือครูไม่ชอบซื้อแบรนด์เนมที่แพงมากๆ เราก็เลยบอกว่านี่ซื้อมือสภาพดีมากๆ เลย นี่เขาก็ไม่ยอม จะไปซื้อมือได้ไง อย่าไปซื้อมือมาเดี๋ยวผมไปซื้อให้ เราบอกไม่เอาๆ เขาก็พาไปดูก่อน ไปดูเสร็จเราก็ไป เขาบอกทำไมไม่ซื้อ เดี๋ยวผมซื้อให้ อีกวันนึงพาไปดูรอบเขาพาไปดูถึง 3 รอบ เขาบอกซื้อเถอะ แล้วเราก็ไม่ซื้อ เดินออกมาเขาก็งอน ทำไมอะผมอยากซื้อให้ ทำไมไม่รับอะ คือเรารู้สึกว่าเงินเขาเอาไปทำอย่างอื่นดีกว่า เรารู้สึกเสียดายอะไรพวกนี้แต่วันนึงเราลืมไปหรือเปล่า เราสอนให้ตัวเองเป็นผู้ให้ เคยอนุญาตให้ตัวเองเป็นผู้รับที่ดีหรือยัง เพราะเราเป็นผู้รับคนให้เขามีความสุขนะ ตอนที่เราให้คนอื่นเรายังมีความสุขเลยทำไมเราไม่อนุญาตให้เขาได้ทำ

ความรู้สึกคุณโจอี้เป็นยังไง?

โอจี้ : เราอยากให้ เราไม่ได้สนว่ามันจะมูลค่าเท่าไหร่ แล้วเขาจะเอาแต่มือแต่เราจะซื้อมือ ทีนี้คุณต้องเปิดโอกาสให้ผมเป็นคนให้ ถ้าคุณปิดกั้นอย่างนี้ต่อไปผมก็จะไม่ซื้ออะไรให้นะ หรือทำไปเดี๋ยวคุณก็ไม่เอา แปลว่าคุณต้องอนุญาตให้ผมได้ทำบ้าง

จุดเริ่มต้นความรักของคู่นี้ไปเจอกันที่คอร์สสัมนา ซึ่งคุณโจอี้เพิ่งอกหัก?

โจอี้ : เหตุการณ์ก็คือ อกหักแล้วผมก็ไปเทกคอร์สที่หนึ่ง ช่วงเช้าเขาก็มีทำกิจกรรม แล้วเราเห็นครูเงาะเต้นอยู่บนเวทีเราก็คิดในใจว่าผู้หญิงคนต่อไปที่เราอยากได้เป็นแฟน 1.คืออยากได้แบบนี้ อยากได้คนสนุก อยากได้คนตลก อยากได้คนที่แบบกล้าแสดงออก

แล้วมันต่อเนื่องยังไง?

โจอี้ : โดนบิ้วจากในห้องเรียนนี่แหละ เขาบอกว่าเนี่ย..จีบครูเงาะสิ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มไปส่องไอจี พอดูเสร็จคนนี้ก็น่าสนใจดี แต่ไม่กล้าไปจีบ เพราะว่าดูโปรไฟล์เป็นคนมีชื่อเสียง แล้วเรามองว่าเราเป็นคนธรรมดา จะไปจีบคนมีชื่อเสียงมันไม่น่าจะเป็นไปได้ เพื่อนก็ยุกันมาก ก่อนจะชวนไปออกเดทผมเลยโทรหาเพื่อนว่ามันไม่มีความกล้าเขาก็พูดว่าคนมีชื่อเสียงหรือไม่มีชื่อเสียงเขาก็ต้องการคนดูแลสักคนนึง เขาก็เหมือนเราทั่วๆ ไป ผมก็เริ่มมีความมั่นใจก็เลยไลน์หา ทักทายไป 8 โมงเช้า ทั้งวันผมนั่งเลื่อนโทรศัพท์ไม่มีอะไรกลับมา ตอบมาอีกทีเกือบเที่ยงคืน

ครูรู้ไหมว่าผู้ชายคนนี้รู้สึกดีกับเรานะ?

ครูเงาะ : รู้ก็โดนบิ้วมาในห้อง เขาก็ดูกรุ่มกริ่ม หือ..ต้องชอบเราแล้วแหละ คือครูโอเพ่นนะ แต่แปลกมากครูเห็นเขาครั้งแรก เห็นผ่านรูปภาพนิ่งก่อน แล้วเราก็ดูมันก็ซูม พอซูมไม่ใช่เว้ย แล้วเวลาเขาเข้าหาเราครั้งแรก เขาดูเกร็งๆเหมือนกัน ตอนนั้นเหมือนเขาไม่เป็นตัวเอง พอมาคุยๆ ก็คุยได้ เหมือนคุยเป็นเพื่อนกัน แต่ยังไม่ได้รู้สึกว่าชอบหรืออะไร

เห็นว่าใครจะเข้ามาในชีวิตครูเงาะต้องมีการเช็กลิสต์ทั้งหมดกี่รายการ?

ครูเงาะ : 17 รายการ ข้อที่เขาต้องทำให้เรารู้สึกว่าเราสำคัญ ต้องแสดงความรักต่อกันได้ ต้องมีกันและกันในวันที่เจอปัญหา รักครอบครัวเขา ครอบครัวเรา และอีกหลายอย่าง

โจอี้ : 17 ข้อนี้ผมเพิ่งมารู้ปีที่แล้ว เราคบกันเข้าปีที่ดีนะไม่รู้วันแรก ถ้ารู้วันแรกคงต้องไปซ้อมก่อน

คนอื่นอาจจะมองว่าเยอะไป 17 ข้อนี้ สำหรับครู ครูว่าเยอะไปไหม?

ครูเงาะ : ถ้าเรามองว่าเยอะไป แปลว่าลึกๆ เราดูถูกตัวเองอยู่ ถ้าฟังดีๆ ครูไม่ได้เขียนอะไรที่เป็นเปลือกๆ เลย ครูเอาที่มนุษย์คนนึงที่มันไปด้วยกันได้ ซัพพอร์ตกันแบบไหน ถ้าแค่นี้เรารู้สึกว่าไม่มีหรอกคนแบบนั้น แปลว่าลึกๆ เราบอกว่าคนอย่างฉันไม่มีค่าพอที่จะเจอคนแบบนั้น

เรามีทั้งหมดกี่ข้อ?

โจอี้ : ครบครับ มีน้อย มีมากในแต่ละข้อ แต่ก็มี

ครูเงาะ : ก่อนโจอี้มีคนมาจีบครู เราก็ติ๊ก มี อันนี้ไม่แน่ ไม่เอา จะรวยมากแค่ไหน การศึกษาสูงแค่ไหน แต่ถ้าเกิดดูแล้วไม่ใช่ไม่เอา

ครูเงาะ : หลังจากที่เป็นแฟนกันก็มีเหตุการณ์คือ มีคนนึงพยายามแยกเราสองคน เขาพยายามให้ครูไปมีอีกคนนึงแล้วพยายามพูดถึงโจอี้ในทางที่ไม่ดี แล้วมีการจับเราแยกเลยนะ แล้วก็พยายามให้อีกคนเข้ามาหาเรา เชื่อไหมแค่คิดว่าถ้าเราไปหาคนนี้น้ำตาไหลอะ เพราะเราคิดแล้ว เราทำให้คนนี้เสียใจไม่ได้เลย เรารู้  ตอนนั้นเลยว่าฉันรักคนนี้เพราะถ้าเรารักใคร เราจะไม่อยากให้เขาเสียใจเลย เราไม่อยากให้เขาเจ็บปวด

แล้วเหตุการณ์นั้นมันจบลงยังไง?

โจอี้ : ผมโทรหาพี่สาวปรึกษาว่ามีคนมาดิสเครดิตพูดไม่ดี แล้วพี่สาวบอกว่าในความสัมพันธ์เราต้องใจเย็นและดูไปยาวๆ อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าจะออกมาเลย เพราะผมชอบให้การตัดสินใจอยู่ตรงนี้ ไม่ชอบให้ใครมาควบคุมก็ฟังพี่สาวเปิดโอกาสให้ครูเงาะไปตัดสินใจว่าต้องการอะไรกับชีวิต ทีนี้เขาอยากคบกับเราต่อ อยากเดินหน้าต่อ ผมก็เลยรู้สึกว่านี่เป็นอีกจุดนึงที่ก้าวข้ามได้เร็ว สบายใจโล่ง

เห็นว่าชีวิตคู่มีกติกาเยอะแยะมากมาย?

ครูเงาะ : กติกานี่เราบอกตั้งแต่วันออกเดทเลยนะ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องมาลงทุนหัวใจ เพื่อจะเสียเวลาในอนาคต พอเราออกเดทวันแรก เงาะบอกเลยข้อ1.เงาะไม่มีลูกนะ เพราะบั้นปลายอยากเข้าทางธรรม ข้อที่2.ถ้าจะมีครอบครัว ก็จะไม่มีพ่อแม่เธอ พ่อแม่ฉันอยู่ในบ้านเรา แต่ในพื้นที่นี้มี 2 หลัง คุณพ่อ คุณแม่อยู่บ้านของท่าน อยู่ในรั้วเดียวกันได้ คือเราลองคิดสภาพสิ เรากลับบ้านมาดึกๆ เราอยากตื่นสาย หรือแต่งตัวสบายๆ ลงมา แล้วคุณแม่นั่งอยู่ เราก็เกรงใจ เราจะรู้สึกบ้านไม่เป็นบ้าน พ่อแม่เราอาจจะรับเราได้ แต่พ่อแม่เขาจะยังไง

คุณโจอี้โอเคทุกข้อเลยไหม?

โจอี้ : ยัง ผมไปสะดุดข้อสุดท้าย 4 ข้อนี่เราว่าเราทำได้ ข้อสุดท้ายมันเป็นเรื่องใหญ่ 3 วันไปนั่งคิดแล้วได้คำตอบว่านิสัยเราเป็นคนรักเด็ก แต่ไม่ได้อยากจะมีเด็กอยู่ในชีวิต แต่ว่าเรารักหลานๆ ดูแลหมด ก็เลยให้คำตอบเขาว่าโอเคตกลง 5 ข้อนี้ทำได้

ทำไมครูเงาะถึงไม่อยากแต่งงาน?

ครูเงาะ : เคยแต่งแล้ว ก็รู้แล้ว อ่ออย่างนี้เหรอเรียกแต่งงาน เพราะเรารู้สึกว่ามันคือเวดดิ้ง มันคือการแต่งงานหรือชีวิตคู่ที่เรากำลังวิ่งหา เราหาชีวิตคู่ เราก็คุยกันเลยว่า 1.เสียเวลามาก เหนื่อยมาก ต้องเอาเงินเทลงไปแบบอะไรไม่รู้ไร้สาระ บางทีใครก็ไม่รู้มา เราก็ไม่รู้จักทุกคน เราให้พ่อ แม่ ผู้ใหญ่เรารับรู้ดีกว่า แล้วเราก็อยู่กันเลย แล้วแทนที่จะเอาเงินตรงนั้นไปละลายแม่น้ำ เอามาสร้างครอบครัว มาสร้างธุรกิจของเราดีกว่า

คู่นี้เป็นคู่ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลือกให้?

ครูเงาะ : เวลาเราไปไหว้พระตามที่ต่างๆ  เราจะอธิฐานใดๆ อยู่แล้ว ทีนี้ตอนนั้นเราพาออฟฟิศไปที่ชเวดากอง โจอี้เขาก็ไปกับคุณแม่เขา คือไม่ได้นัดหมายกัน ดันไปช่วงเวลาเดียวกัน ตอนนั้นยังไม่ตกลงว่าจะคุยอะไรกันด้วยซ้ำ เราก็อธิฐานหากข้าพระเจ้า มีคู่ครองที่เป็นคู่บุญก็ขอให้ได้พบ ได้เจอกัน ขอให้มีศีล มาเพื่อสนับสนุนกัน ถ้าเป็นคู่เวรคู่กรรมขอให้พลัดพรากไม่ให้เจอกัน หันหลังมาปุ๊บเจอเขายืนอยู่เลย

คุณโจอี้รู้ไหมว่าครูเงาะไป?

โจอี้ : รู้ว่าเขาไป แล้วไทม์มิ่งเวลานี้เขาน่าจะเข้าเมือง ผมก็เลยไปเผื่อได้เจอ

วันนั้นจะรู้สึกพลาดโอกาสไหมถ้าไม่เปิดใจรับผู้ชายคนนี้เข้ามา?

ครูเงาะ : โจอี้เป็นของขวัญที่ดีมากๆ สำหรับชีวิตครู ครูรู้สึกว่าครูโชคดีจังเลยที่เราได้เจอกัน คนคนนี้รักเราเหมือนที่แม่รักเรา แล้วเราเจอเขาจริงๆ คน 7 พันกว่าล้านคนเราวนมาเจอกันแล้ว มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันก็จะทำให้มันดีที่สุดเท่าที่เราจะทำให้กันได้

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์วันศุกร์  เวลา13.15-14.15 ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ ครูเงาะ – โจอี้

 https://youtu.be/oEoGTDkOZWo

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ