เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ถูกชาวเน็ตคอมเมนต์แซะแรง จนเกิดกระแสดราม่ามาตลอด สำหรับ “ลาล่า อาร์สยาม” ล่าสุดมีเรื่องให้ปวดหัว จนเจ้าตัวเอ่ยปากไม่อยากพูดถึง เพราะกลัวลูกชายหรือน้องริชาร์ด (ลูกบุญธรรม) โตขึ้นและได้เห็นข่าวจะรู้สึกแย่ จากกระแสที่ถูกชาวเน็ตแซะหาว่า ตัวเองโกหกว่าตนมีลูก แต่แท้จริงแล้วเป็นลูกของน้องสาว บางคนก็แซะแรงว่า ทำไมดาราชอบไปให้คนอื่นท้องให้ แล้วมโนว่าเป็นลูกของตัวเอง เป็นต้น งานนี้ทางรายการ เผ็ดมันส์บันเทิง ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 จึงไม่รอช้า รีบต่อสายตรงไปหาเจ้าตัวในทันที

อัปเดตการเป็นคุณแม่ลูกอ่อนของเราหน่อย?

ก็ยากนะ ก็คือไม่ได้คลอดออกมาเองนะ แต่ก็เลี้ยงยากมากเลย

อยู่เฉยๆก็เกิดดราม่าขึ้นมาได้ยังไง?

คือจริงๆ ไม่อยากพูดเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่องเซนซิทีฟนะ เพราะถ้าลูกมาเห็นข่าวในอนาคต และเขาจะรู้สึกแย่ว่า เขามีแม่กี่คน แต่เราก็ไม่เข้าใจชาวเน็ตเหมือนกันที่ออกมาบอกว่า ทำไมดาราชอบไปให้คนอื่นท้องให้ แล้วมโนว่าเป็นลูกของตัวเอง” เราจะบอกว่าเด็กคนหนึ่งที่เราเลี้ยงเขามาเนี่ย เราไม่ได้เลี้ยงเขาเหมือนลูกหมาที่แบบว่าไม่ชอบก็เอาไปปล่อยวัด แต่คนนี้เขาคือ ลูกของน้องสาวเรา เขาคือคนในครอบครัวจริงๆ ซึ่งเราเลี้ยงเขาด้วยความรักจากใจ คอยเตรียมส่งเสียในด้านการศึกษาและวางแผนอนาคตไว้อย่างดี

แต่ทำไมชอบมีคอมเมนต์มาแซะเราเยอะมาก?

ได้เห็นหลายคอมเมนต์มากเลย แต่ไม่อยากออกมาฟาด ถ้าออกมาฟาดแล้วจะต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่เขากำลังดูถูกเราทำไม การที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีผัวแต่อยากมีลูก ซึ่งเรามีศักยภาพมากพอที่จะเป็นแม่ไง ถึงวันนี้เราจะท้องไม่ได้ หรือว่าร่างกายฉันไม่แข็งแรงพอที่จะท้องได้ แต่ฉันสามารถเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

คือรับเป็นลูกบุญธรรมเลยใช่ไหม?

ใช่ค่ะ เด็กคนนี้ก็คือรับเป็นลูกบุญธรรมเลย ให้ใช้นามสกุลเราเลย

รู้สึกสงสัยไหม ทำไมต้องมาโจมตีลงที่เด็กด้วย?

เราว่าคนติดนิสัย คือพอมีคนเปิดก็จะมีคนตาม และพอมีคนที่เข้ามาปกป้องเรา ก็จะมีคนเข้ามาซัพพอร์ต แต่ถ้ามีคนเปิดก็จะมีคนเข้ามาดราม่ากับเราต่อ เพราะเขาจะคิดว่าถ้ามีคนด่าเราเยอะ มันเหมือนว่าเขาคิดว่าทำสำเร็จแล้ว อันนี้เราให้ลองสังเกตดูนะ แค่จะบอกว่าอย่าให้ค่ากับคนกลุ่มนี้เลย เพราะสุดท้ายเขาก็ไม่ได้มาช่วยเราเลี้ยงลูก เพราะก่อนที่เขาจะมองค่าเรากับลูกแบบนี้ เขาคงเป็นคนไม่มีคุณภาพ หรืออาจจะเป็นครอบครัวที่ไม่มีคุณภาพ ก็เลยคิดว่าปล่อยผ่านดีกว่า เพราะเรื่องเด็กมันเป็นเรื่องที่เซนซิทีฟ

ได้คุยกับคนในครอบครัวของเราบ้างไหม?

มันไม่ได้เชิงตัดพ้อนะ แต่เราคุยให้เขาฟังตลอด  ก็จะประมาณนั้นมากกว่า คือเขากลัวเราเสียใจเพราะว่าที่จริงเขาก็ให้น้องเรียกเราว่าป้า แต่เขากลัวเราเสียใจ จนฝึกให้น้องเรียกเราว่าแม่ จนมันเกิดเป็นความผูกพัน เพราะว่าทุกวันนี้เหมือนเราก็ตื่นอัตโนมัติเลย แบบว่าถ้าเราไม่ได้กลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด เราก็จะวิดีโอคอลคุยกับเขาตลอด แล้วตัวของแม่น้องเองก็ไม่ได้มีความหวงลูก เพราะเราก็เป็นคนเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน และก่อนที่เราจะเอาน้องมาเป็นลูกบุญธรรม ก็ได้คุยกับพ่อเด็กเขาแล้ว ว่าเราจะขอให้น้องมาใช้นามสกุลของเรานะ จะส่งเสียทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และพวกเขาก็ยังคงเป็นพ่อแม่ของลูกได้ปกติ แต่จะมีแม่เพิ่มมาอีกหนึ่งคน เพื่อมาซัพพอร์ตเรื่องการศึกษา และก็มีชีวิตของเขาให้ดีขึ้นอีก

ขอฝากทิ้งท้ายถึงชาวเน็ตที่มาเป็นพี่เลี้ยงจำเป็นให้?

ขอขอบคุณในความหวังดี ก็อยากให้ทุกคนเบาๆกัน กับเรื่องดราม่า เพราะว่าเด็กเขาเหมือนผ้าขาวที่บริสุทธิ์ เพราะในอนาคตถ้าเขากลับมาอ่านเจอในสิ่งที่แม่เขาไม่ได้ทำ มันก็คล้ายสีที่มาป้ายกับผ้า เราเองก็รู้สึกไม่สบายใจด้วย ขอให้เด็กเขาได้อยู่ในแบบธรรมชาติของเขาเถอะ และเราก็เชื่อมั่นในตัวเองว่า เราจะสามารถทำหน้าที่ให้ดีกว่านี้ ให้เขาเกิดขึ้นมาเป็นเด็กดีที่มีคุณภาพ และเดี๋ยวพ่อแม่พี่เลี้ยงชาวเน็ตทั้งหลาย ก็จะมาบอกอีกว่าเราเลี้ยงลูกไม่ดี เราอยากจะบอกเขาว่าแต่ละบ้านก็มีสไตล์การเลี้ยงลูกที่ต่างกัน อยากจะขอให้ซัพพอร์ตและเป็นกำลังใจให้กันมากกว่ามาด่ากันค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูและภาพประกอบ