“ปันปัน เต็มฟ้า” ลูกสาวร็อกเกอร์สาวในตำนาน “แหวน ฐิติมา” วันนี้ควงแฟนหนุ่มรุ่นพี่ “ปอน สาโรช” มาเปิดใจครั้งแรก เล่าเส้นทางความรัก 7 เดือน เพื่อนจับคู่ให้ ต้องปรับตัวหนักมาก เพราะนิสัยต่างกันสุดขั้ว จริงมั้ย? จริงจังถึงขั้นแต่งงงานกันเลย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

นี่คือรายการแรกที่ปันปันกล้าเปิดตัวแฟน?

ปันปัน : ใช่ค่ะ ไม่เขินแล้วนะคะ เพราะคุยกันมาสักพักแล้ว ก็มีความเข้าใจกัน คิดว่าน่าจะชัวร์แล้ว ก็เลยกล้าเปิด

 

ตอนนี้คนทั้งประเทศรู้ว่าปอนมีแฟนแล้ว?

ปอน : ไม่เขินครับ ครั้งแรกที่เปิดในอินสตาแกรม เขินมากกว่า แต่ก็พาปันปันไปเจอเพื่อนผม เจอเพื่อนผม ก็ปกติมาก ตอนนี้ออกรายการก็ตื่นเต้น (หัวเราะ)

 

คบมากี่เดือน?

ปันปัน : 6-7 เดือนแล้วค่ะ

 

จุดเริ่มต้น?

ปันปัน : มีเพื่อนรุ่นพี่แนะนำมา เพื่อนปันแต่รู้จักพี่ปอนนานกว่า

 

ปอน : ตอนนั้นผมโสดอยู่ครับ ผมว่าเขารู้ว่าผมโสด ก็ไปเจอกับเพื่อนคนนี้ ประมาณเดือนนึง ตอนนั้นก็ว่าง เขาก็เลยรู้ ตอนนั้นไม่ได้บอกให้เขาหาแฟนให้ครับ แค่รู้สึกว่าอยากพักๆ มากกว่า (หัวเราะ) เพิ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมา

 

ปันปันก็โสด พอเขามาบอก เรายังไง?

ปันปัน : อยู่ดีๆ เขาก็บอกว่านัดกันกินข้าวได้มั้ย อยู่ดีๆ ก็นัด ไม่ได้นัดกันนานมาก ช่วงนั้นงานปันยุ่งมาก ขอเลื่อนหน่อยได้มั้ย เขาบอกไม่ได้ ต้องศุกร์นี้เลย แล้วเขาก็ส่งรูปมาให้ บอกว่าพอได้มั้ย เขาการันตีว่านิสัยดี

 

ก่อนดินเนอร์รู้อยู่แล้วว่านัดบอด?

ปันปัน : รู้ค่ะ ก็เจอกันก็ได้ ถ้าไม่ได้คลิกก็เป็นเพื่อนกันได้ ตอนเห็นรูปก็เป็นแนวที่เราชอบ ปันชอบคนดูสมาร์ท มีความรับผิดชอบ เป็นผู้ใหญ่ จริงๆ แล้วไม่ได้สนใจภายนอกมากขนาดนั้น

 

ปอนล่ะ?

ปอน : เขาก็ส่งมาแต่รูป ไม่ได้บอกว่าชื่ออินสตาแกรมคือใคร เขาคร็อปมา ชื่อก็ไม่บอก บอกว่าเพื่อนก็ไม่ได้บอกอีกฝั่งเหมือนกัน ว่าเราเป็นใคร จะได้แฟร์ ไปรู้จักกันที่ร้านอาหารเลย

 

คาดหวังมั้ย?

ปอน : ตามภาพคิดว่าเราคงได้เป็นเพื่อนกัน (หัวเราะ)

คุ้นๆ มั้ยว่าเขาเป็นดารา?

ปอน : เพื่อนบอกครับ ผมไม่ค่อยได้ดูข่าวในวงการ ไม่รู้ด้วยว่าเป็นลูกแม่แหวน ฐิติมา

 

ปันปัน : วันนั้นนัดกันสองสามทุ่ม

 

ปอน : เขานัดปันสองทุ่ม แต่นัดปอนทุ่มนึง เพื่อนบอกว่ามานั่งคุยกันก่อน คุยเรื่องอื่น ผมก็ไปซะเร็วเลย กลัวรถติด ผมก็ไปก่อนหน้าชั่วโมงนึง ผมก็ไปนั่งอยู่คนเดียว เพื่อนก็มาสาย

 

ปันปัน : เราก็ไปตามเวลานัด เดินเข้าไปเห็นแล้วใช่หรือเปล่าวะ จะคล้ายในรูปก็ไม่คล้าย เพราะพี่เขาส่งรูปที่ดีที่สุดในชีวิตแต่ละคนไปให้ (หัวเราะ)

 

ตอนปอนเห็นปันปัน ก็รู้สึกว่าในรูปสวยกว่า?

ปอน : เขาก็ดูดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ (หัวเราะ) ครั้งแรกที่เห็นคือหน้าเหมือนในรูป

 

ปันปัน : เขาบอกรูปสวยกว่า เพราะเพื่อนเลือกรูปที่ดีที่สุดของทั้งคู่ ปันก็น่าจะเหนื่อยมาก ก็แต่งตัวธรรมดา เราไม่ได้อยากจะจัดเต็มมา

พอได้นั่งคุยกัน คุยอะไรกัน?

ปอน : ตอนนั้นเพื่อนก็มาแล้ว เรานั่งคนเดียวก็เกรงใจ ก็ทานรอไปแล้ว แต่เพื่อนกับปันปันมาถึงก็น่าจะหิว เพราะเขาถามว่าสั่งอะไร ผ่านไปครึ่งชม. ก็เริ่มคิดแล้วว่าดื่มอะไรดี ไปที่อื่นมั้ย คืนนั้นก็ไปต่อครับ

 

เนียนๆ ขอไลน์?

ปันปัน : เราอยู่เป็นร้านอาหารร้านนึง จะไปต่อ อยู่แถวเพลินจิต หลังสวน จะย้ายโลเกชั่น พี่ปอนก็บอกว่าปันขับรถไปเก็บที่คอนโดสิ เดี๋ยวพี่ไปรับที่คอนโดไปอีกที่นึง เราก็ไม่ทันคิด เราก็เป็นคนไม่ชอบขับรถ พอเราได้ความสะดวกสบายเราก็โอเค (หัวเราะ) เพราะมันมีเพื่อนไปด้วยอีกคน รุ่นพี่คนนั้นก็ขับรถของเขาตามไป

 

ปอน : ผมก็บอกว่าช่วยแชร์โลเกชั่นที่จะให้ไปรับได้มั้ย ผมก็ไม่ได้คิดอะไร (หัวเราะ)

 

พอได้ไลน์ก็ไปดื่มกันต่อ จากนั้นความสัมพันธ์เป็นไง?

ปันปัน : ไม่ได้คุยกันเยอะ เพราะพี่ปอนมีงานต่อตอนเช้า แล้วเริ่มคุยกันมาเรื่อยๆ ทำความรู้จักกันเรื่อยๆ เรื่องงาน นิสัยใจคอ ก็ไม่เคยรู้จักกันเลย กลุ่มเพื่อนก็คนละกลุ่มเลย มีเรื่องต้องเรียนรู้กันเยอะ

 

หลังแยกย้ายกัน ใครทักใครก่อน?

ปันปัน : พี่ปอนทักมาก่อน เอาเรื่องงานมาคุยก่อน

 

เริ่มชอบกันตอนไหน?

ปันปัน : พยายามทำความรู้จักตัวตนกันเรื่อยๆ เราตั้งใจอยากหาคนที่เราคบด้วยจริงๆ ก็ตั้งใจเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทะเลาะกันบ้าง อะไรบ้าง ก็ค่อยๆ เรียนรู้ข้อดีข้อเสีย เข้าใจกันมากขึ้น


ปอน :   ตอนนั้นอยากศึกษาตัวตนให้มากกว่านี้ครับ

 

ในสายตาปอน ปันปันน่ารักยังไง?

ปอน : เขาเป็นคนเรียลดีครับ รู้สึกยังไงก็พูดอย่างนั้น ข้อเสีย มันไม่มีที่เป็นนัยยะสำคัญที่ผมรู้สึกได้ (หัวเราะ) มันเล็กน้อย

 

ปันปันล่ะ?

ปันปัน  : ข้อดีคือเป็นคนมีความรับผิดชอบ จริงจัง รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ตั้งใจ ข้อเสียคืออาจมีความตั้งใจมากก็เลยอาจมีความเครียดปน เป็นคนซีเรียส นิดนึง ก็ค่อยๆ ปรับเข้ามาหากัน เพราะเราเป็นสายชิล

 

ปรับตัวนานมั้ย กว่าจะตัดสินใจบอกว่าคบกัน?

ปันปัน : หลักเดือนค่ะ เวลาปันคบใครก็อยากดูข้อดีข้อเสียให้มันครบ จะได้ไม่ต้องมาช็อกทีหลัง เราไม่ได้มีช่วงโปรโมชั่นอะไรขนาดนั้น เราก็เรียลตั้งแต่แรก ตีกันตั้งแต่แรก (หัวเราะ) เราคุยกันมาเรื่อยๆ ทำทุกอย่างเริ่มไปสู่การเป็นแฟน ก็เลยถามเขาว่าสรุปเราเป็นอะไรกัน

ปอน : ผมก็สงสัยว่าเขาหมายความว่าอย่างนั้นจริงหรือเปล่า เพราะมันค่อนข้างเร็ว แต่พอเริ่มหลายๆ ครั้งเข้า เขาพูดสักสามครั้งได้ เราก็สงสัยว่าเอ๊ะ หรือต้องไปขั้นต่อไป กลัวเขาเข้าใจว่าเรามาเล่นๆ พอครั้งที่สาม ในระยะเวลาหลายสัปดาห์ ก็เลยคิดว่าผมคงต้องคิดแล้ว ถ้าเรารออยู่ จะกลายเป็นว่าเขาจะเข้าใจผิดหรือเปล่า ตอนนั้นสถานการณ์บังคับ ผมก็ต้องเลือกว่าจะขอตอนนี้ แต่ก็ดูว่าไม่เป็นเรื่องเป็นราว พอชั่งน้ำหนักดูแล้ว ถ้าเรารอเตรียมการ จะส่งแมสเซสที่ผิดไป ผมก็เลยขอเลย ไม่ได้เตรียมอะไรเลย

 

ยืนอยู่ที่โป๊ะกำลังจะข้ามฟาก?

ปันปัน : วันนั้นไปดูงานศิลปะที่แม่น้ำเจ้าพระยา เดินอยู่ริมแม่น้ำ ก็คุยกันไป เขาก็ขอว่าเป็นแฟนกันมั้ย เราก็แทบไม่ได้ยิน เขาขอได้แค่รอบเดียว (หัวเราะ) เราได้ยินแว่วๆ แต่ไม่ชัดเจน เราก็ถามอะไรนะ เขาก็บอกว่าเขาพูดได้ครั้งเดียว

ปอนพาไปเจอที่บ้านเลย?

ปอน : ใช่ครับ หลังจากนั้นไม่นาน แต่ก็ไม่ได้เตรียมการ วางแผนเอาไว้ ครั้งแรกพาไปทานข้าวข้างนอก มีผม คุณแม่ ปันปัน แม่เจอครั้งแรก เขาก็ไม่ได้ถามอะไร เขาคงงงว่าคนนี้เพื่อนหรืออะไร เพราะไม่ได้บอกแม่ว่าคนนี้แฟน แม่ไม่น่ารู้ว่าผมมีความรัก แต่เขาคงสงสัย ว่าคนนี้คือใคร (หัวเราะ) ปกติเคยพาเพื่อนไปกินข้าวกับคุณแม่ เขาก็คงคิดว่าเป็นเพื่อน

 

ปันปันเกร็งมั้ย?

ปันปัน : คุณแม่ใจดี คนแนะนำพี่ปอนมาให้ เขาบอกว่าแม่พี่ปอนน่ารักมาก (หัวเราะ)

 

แม่รู้มั้ยปันปันคือลูกสาวพี่แหวน?

ปอน : ผมว่าเขาน่าจะรู้ แต่เขามาถามหลังจากนั้นอีกนาน เขาบอกว่ามีเลขาฯ มาถามว่าปอนรู้มั้ยว่าปันปันเป็นลูกแม่แหวน ผมก็บอกว่าผมรู้ แต่รู้หลังจากที่รู้จักเขา แม่น่าจะรู้เพราะเลขาฯ ไปบอก ปันน่าจะโพสต์รูป เป็นเพื่อนกับแม่ผมในไลน์ เขาน่าจะเห็นภาพ

ไปญี่ปุ่นแม่เอาปันปันไปด้วย?

ปอน : ผมชวนไป พาคุณแม่เที่ยว มีน้องสาวไปด้วย ก็พาปันปันไปด้วย

 

ผ่านด่านแม่ น้องสาวปอนว่าไง?

ปอน : น้องไปคุยกับเขาสองคน (หัวเราะ) บางเรื่องก็เอ๊ะ คุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ (หัวเราะ)

 

ปันปัน : พี่ปอนบางจุดเขาจะตึงเครียด แม่พี่ปอนก็บอกว่าแม่รับได้อยู่แล้ว แต่ปันจะรับได้หรือเปล่า ทุกคนมีข้อดีข้อเสียหมด น้องสาวเขานิสัยไม่เหมือนพี่ นิสัยเหมือนเราเพราะชิล ก็คุยกันเรื่องเสื้อผ้า กระเป๋า อาหาร ตอนไปญี่ปุ่นเราก็ลุ้นๆ อยู่เหมือนกันว่าถ้ามันไม่ดีก็แยกไปเลย (หัวเราะ) ไปญี่ปุ่น 12 วัน

 

หลังจากญี่ปุ่น?

ปันปัน : ดีมั้ย (ถามปอน) เราไม่ได้ทะเลาะกันเลย ด้วยอะไรที่ต่างกัน เรามองหลายเรื่องต่างกัน ก็ต้องปรับ พี่ปอนบอกว่าถ้าเรามีจุดมุ่งหมายที่จริงจังพอ เราจะเรียนรู้ที่จะเห็นผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลักมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว บอกว่าให้มองทีมเป็นหลัก จะไปกับทีมยังไง

 

ปอน :   ฟังดูเหมือนสร้างบริษัท (หัวเราะ)

อายุห่างกันมั้ย?

ปันปัน : 8-9 ปี

 

ใครหวานกว่ากัน?

ปันปัน : น่าจะปัน แต่เขาก็จะมีมุมน่ารัก

 

มีชื่อแทนกันมุ้งมิ้ง?

ปอน : เรียกเขาว่าแมวอ้วน เรามีสัตว์เลี้ยงกัน เขามีแมวสองตัว ตัวนึงอ้วนมาก ก็เรียกเขาว่าแมวอ้วน ไม่ได้บูลลี่แมวนะ (หัวเราะ)

 

ปันปัน : ปันก็เรียกเขาว่านก เพราะเขาชอบเลี้ยงนก

 

มีข้อตกลงความหวาน?

ปันปัน : เราอยากให้ใส่ใจกันเรื่อยๆ ไม่อยากให้ทิ้งๆ ขว้างๆ กินข้าวกันสองคน อย่างน้อยวันครบรอบเดือนก็กินข้าวกันสักครั้ง พี่ปอนบอกว่ามันไร้สาระมากเลย (หัวเราะ) แต่ปันรู้สึกว่าอย่างน้อยให้ได้กินข้าวด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ก็ได้ค่ะ มีเลยๆ ไปบ้าง ลืมๆ ไปบ้าง ก็หยวนๆ กันไป

 

วันเกิดปันปันมีโมเมนต์พิเศษ?

ปันปัน : มีกินข้าว แล้วพี่ปอนมีเค้กมาเซอร์ไพรส์ที่บ้าน ของขวัญก็มี แต่เขาอยากให้เป็นเรื่องของเราสองคน

ทำไมตอนแรกยังไม่แน่ใจเปิดตัว?

ปันปัน : ไม่อยากเปิดแล้วไม่เวิร์ก สุดท้ายแล้วต้องเปลี่ยนไปคบคนใหม่ เราก็ไม่อยากให้ภาพมันไม่ดี ก็คิดว่ารอแต่งแล้วกันค่อยเปิดจะได้ชัวร์ แต่พอสถานการณ์จริง เราใช้ไอจีเยอะ เป็นหนึ่งในการสื่อสารกับเพื่อน แฟนคลับ พอเราสนิทกับพี่ปอนมากๆ แล้วพี่ปอนพาเราไปเจอคนในชีวิตเขาเยอะมากๆ ถ้าในไอจีเราไม่มีเขาเลย ศูนย์ มันก็จะดูไม่เป็นธรรมชาติ เกรงใจเขาด้วย ก็เลยเปิดตัวเลย

 

ปอน : เปิดตัวในโซเชียล ผมรู้สึกเขินๆ แปลกๆ ปกติไม่ได้ทำอะไรแบบนี้ ไม่ได้เล่นด้วย แต่ผมไม่ติดเลย แค่เขาบอกว่าอยากลงรูปนะ ผมก็ไม่รู้จะเอารูปไหนไปลง ปันเลือกรูปมาให้เลยก็ได้

 

ปันปัน :   ตอนแรกเขาบอกปันว่าชีวิตของเขา โลกความจริงสำคัญว่าโลกในโซเชียลมีเดียหมดเลย เขาก็ไม่ได้สนใจเลย ยังไงก็ได้ ถ้าปันเลือกจะทำเขาก็โอเคหมด  

 

มีการทะเลาะกันครั้งนึงด้วยคำว่า 15 นาที?

ปันปัน : ด้วยเราชิลมาก พี่ปอนเขาจริงจัง เวลาโทรไปต้องรับโทรศัพท์ ถ้าไม่รับโทรศัพท์ต้องบอกว่าทำไม วันนั้นปันจะไปอาบน้ำ ชาร์ตโทรศัพท์ไว้ ก็บอกว่าโอเค 15 นาทีเดี๋ยวมา เขาก็โทรมาจนผ่านไปยืดยาว อาบน้ำร้องเพลงก็เป็นชม. กลับมาอีกที โทรกลับไป เขาบอกว่าทำแบบนี้ไม่โอเคเรื่องเวลา 15 นาทีนั้นเขารออยู่นะ

 

ปอน : มันไม่ได้ซีเรียสขนาดปันปันเล่า เราคุยกันอยู่ เขาขอไปชาร์ตแบตโทรศัพท์หน่อย ไปชาร์ต 15 นาที ระหว่าง 15 นาทีนั้น ผมก็รอ (หัวเราะ) ผมเคยมีประสบการณ์ พอบอกให้เรารอ แต่เราไม่รอ แล้วไม่ได้มีติดต่อกันกลับ ผมก็โดนตำหนิมาก่อน ผมเลยไปนั่งรอ เอ๊ะ ครึ่งชม.แล้ว ทำไมยังไม่โทรกลับมา แบตยังไม่เต็มเหรอ ผมก็เลยโทรไป เขาก็ไม่รับสาย ผมก็ไม่ได้รอแล้ว ก็ไปทำโน่นนี่ เขาโทรกลับมาก็เกินชม.แล้ว ผมก็ถามว่าไปไหน เขาตอบอะไรมาก็จำไม่ได้ แต่ไม่ได้โกรธอะไรขนาดนั้น

ปันปัน : เป็นอีกเรื่องที่เราต้องปรับแหละ (หัวเราะ) หลังจากนั้นเป๊ะเลย

 

แต่งมั้ย?

ปอน : ถึงเวลาก็แต่งครับ ไม่ติดอยู่แล้ว

 

ไม่อยากคบกันเล่นๆ จังหวะอายุมันได้?

ปอน : ใช่

 

มีกำหนดมั้ย?

ปันปัน : ไม่มีกำหนดเวลาค่ะ รอพร้อม ตอนนี้อยากทำธุรกิจ ก็ทำแบรนด์เสื้อผ้า Tianabrand อยากทำงานด้วยกัน หาเงินด้วยกันด้วย เพิ่งเริ่มทำได้ไม่นานค่ะ อยู่ที่สยามสแควร์วัน

อยากบอกอะไรพี่ปอน?

ปันปัน : ต้องขอบคุณพี่ปอนที่ให้คำแนะนำในการใช้ชีวิต ในการคบกันถ้าจะจริงจังต้องทำยังไง ต้องไปเวย์ไหน ขอบคุณที่ไม่ว่าเราทะเลาะกันยังไง พี่ปอนก็อยู่ตลอด ไม่เคยทิ้งเลย ดีใจมากๆ ที่ได้เจอพี่ปอน

 

ปอน : ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย (หัวเราะ) รู้สึกโชคดีที่ได้เจอปันปัน ขอบคุณที่เขาเป็นคนสนุก ร่าเริง ทำให้สิ่งที่อาจดูตึงเครียดรอบๆ ตัวผม ทั้งเรื่องงานเรื่องอะไรก็ตาม ทำให้ผ่อนคลายลง อยู่กับเขาชีวิตสนุก มีความสุข ขอบคุณแม่สื่อที่ให้เราได้มารู้จักกัน

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ ปันปัน-ปอน 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ